กุหลาบพบพระเหลือน้อย ราคาพุ่งวาเลนไทน์ หลังชาวสวนหันปลูกทุเรียน

ออเดอร์กุหลาบพบพระ พุ่งพรวด ช่วงวาเลนไทน์ ผลผลิตไม่เพียงพอชาวสวนบอก ได้ดีแค่ช่วงเทศกาล อีกทั้งต้นทุนสูง โรคเยอะ ส่วนหนึ่งเลยหันไปปลูกผัก กับทุเรียนที่แนวโน้มราคาดีกว่า 

วันที่ 12 ก.พ.62 สถานการณ์ราคากุหลาบในพื้นที่อำเภอพบพระ จ.ตาก ใกล้วันวาเลนไทน์ เกษตรกรต่างเร่งตัดดอกกุหลาบเพื่อให้ทันส่งขายตามลูกค้าที่สั่งซื้อ โดยเฉพาะกุหลาบรัดดอก (กุหลาบรัดดอกคือการใช้ตาข่ายไนลอนสวมดอกขณะยังตูมเพื่อควบคุมไม่ให้ดอกบานก่อนกำหนด ซึ่งจะทำให้ดอกตูมใหญ่รูปร่างสวยงามราคาแพงกว่ากุหลาบปกติเกือบเท่าตัว) มีรูปทรงสวยงามกว่าดอกธรรมดา ซึ่งดอกกุหลาบปีนี้ราคาดีกว่าที่ผ่านมา ดอกธรรมดาไม่หุ้มดอก ได้ราคา 5-6 บาท และ 8 บาทแล้วแต่ขนาดใหญ่เล็กและสี ส่วนชนิดหุ้มดอกราคาพุ่งถึง 10-15 บาท คาดว่าช่วงนี้จนถึงวาเลนไทน์ราคาจะพุ่งขึ้นอีก ทั้งนี้ พบว่า มียอดสั่งเข้ามามาก แต่สินค้าไม่พอเนื่องจากเกษตรกรบางส่วนเลิกปลูกกุหลาบ หันไปปลูกผัก ที่ได้เงินดีกว่า

นางอรพิน แสงมณี เกษตรอำเภอพบพระ กล่าวว่า กุหลาบ ตอนนี้พื้นที่ ที่เคยปลูก 3-4 พันไร่ ขณะนี้เริ่มลดลงเหลือ 2 พันกว่าไร่ สาเหตุเนื่องจากปลูกมานาน มีต้นทุนสูง รวมทั้งมีโรคแมลงมาก เกษตรกรส่วนหนึ่งจึงหันไปปลูกผักแทน จะดีกว่าได้ผลเร็วกว่า ส่วนกุหลาบแม้ว่าจะเก็บได้ทุกวัน แต่ราคาขึ้นอยู่กับท้องตลาด จะมีราคาสูงเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น

ส่วน นายผิน ประเสริฐ อายุ 62 ปี เจ้าของสวนกุหลาบ บอกว่า ปีนี้กุหลาบออกดอกน้อยแต่ราคาดีกว่าปีที่แล้ว ที่น้อยเพราะตนหันไปปลูกทุเรียนแทน เพราะกุหลาบใช้ต้นทุนสูง ค่าแรงสูง แรงงานหายาก ราคาไม่ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า อ.พบพระ เคยได้ชื่อว่าเป็นสวนกุหลาบที่ส่งดอกกุหลาบออกไปตามตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดปากคลองตลาด มากที่สุดก็ว่าได้ โดยเฉพาะช่วงวันวาเลนไทน์ จะมีกุหลาบออกสู่ตลาดวันละกว่า 1 ล้านดอกมาหลายปี แต่ปัจจุบันกุหลาบที่นี่เริ่มจะอิ่มตัว สาเหตุเพราะเกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาได้ จะขึ้นอยู่กับตลาดกลางใน กทม. ส่งกุหลาบไปวันนี้ อีกเป็นอาทิตย์จึงจะรู้ว่ากุหลาบได้ราคาเท่าใด ขาดทุนหรือไม่ ชาวสวนกุหลาบจึงเริ่มขยับขยายไปทำพืชชนิดอื่น ที่สามารถกำหนดราคาขายได้เอง จากไร่กุหลาบเต็มเมืองกว่า 4 พันไร่ ปัจจุบันเหลือเพียง 2 พันกว่าไร่.