จีนเศร้า-จวกรบ.ปิดเงียบ หมออู่ฮั่นป่วยหนัก ผิวเปลี่ยนสีหลังติดโควิด ลาโลก

ชาวจีนเสียใจ ตำหนิรบ.ปิดเงียบ หมออู่ฮั่น 'หู เว่ยเฟิง' เสียชีวิตอีกรายจากโควิด หลังพยายามสู้กับไวรัสมรณะมานานกว่า 4 เดือน อีกทั้งยังกลายเป็นข่าวดังผิวเปลี่ยนสีหลังติดโควิด

เมื่อ 3 มิ.ย.63 เว็บไซต์สเตรทไทม์และสำนักข่าวบีบีซีรายงานชาวจีนทั่วประเทศต่างพากันแสดงความเสียใจและไม่พอใจรัฐบาลจนวิจารณ์สนั่นบนโลกโซเชียล หลังทราบข่าวเศร้า ดร.หู เว่ยเฟิง แพทย์ชำนาญการโรคในระบบท่อปัสสาวะ ประจำโรงพยาบาลอู่ฮั่น วัย 42 ปี ซึ่งป่วยหนักด้วยโรคโควิด-19 ได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากนายแพทย์หูได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่นมานานกว่า 4 เดือน อีกทั้งยังกลายเป็นข่าวดังในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากสีผิวของนายแพทย์หูได้เปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลเข้ม อันเนื่องมาจากตับเกิดภาวะผิดปกติ ระหว่างการได้รับการรักษาการติดเชื้อโควิด จนทำให้เกิดความวิตกกังวลถึงอาการป่วยรุนแรงจากโควิด


สเตรท์ไทม์ เผยว่า นายแพทย์หู นับเป็นนายแพทย์ประจำโรงพยาบาลกลางอู่ฮั่นรายที่ 6 ที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิดระหว่างการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสมรณะที่เริ่มระบาดและมีศูนย์กลางระบาดในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2562 ในขณะที่ทางโรงพยาบาลอู่ฮั่นยังไม่ออกแถลงการณ์การจากไปของนายแพทย์หูแต่อย่างใด

ชาวจีนบนโลกโซเชียลไม่พอใจรัฐบาลที่ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดที่ทำให้นายแพทย์หูเสียชีวิต หลังป่วยหนักจากการติดเชื้อโควิด ในขณะที่ นายหยี ฟ่าน แพทย์ประจำโรงพยาบาลอู่ฮั่นอีกคนหนึ่งที่ติดเชื้อโควิด และมีอาการคล้ายคลึงกับนายแพทย์หูนั้น ปรากฏว่ามีอาการดีขึ้น และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว

บีบีซี เผยว่า นายแพทย์หู ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิดตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ตอนนั้นการระบาดของโควิดในเมืองอู่ฮั่นยังอยู่ในช่วงต้นๆ จากนั้นได้มีการส่งตัวนายแพทย์หูไปรักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งในช่วง 2 เดือนต่อมาหลังติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม อาการป่วยของนายแพย์หูดีขึ้นเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่แล้วอาการกลับทรุดลงเนื่องจากเกิดภาวะเลือดออกในสมองส่วนกลาง ช่วงปลายเดือนเมษายน และพฤษภาคม

สื่อในจีนหลายแห่ง รวมทั้ง นสพ. Global Times ได้ตั้งข้อสังเกตว่า นายแพทย์หู ทำงานอยู่โรงพยาบาลเดียวกับนายแพทย์หลี่ เหวินเหลียง ที่เสียชีวิตจากโรคโควิดก่อนหน้าเมื่อเดือน ก.พ. และนายแพทย์หลี่ เป็นนายแพทย์คนแรกที่เตือนเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับเชื้อไวรัสมรณะเมื่อปลายเดือนธันวาคม.