ชงทีโออาร์ ประมูลดิวตี้ฟรี สุวรรณภูมิ เข้าบอร์ด ไม่เกินม.ค. ปี 62

ทอท. ขีดเส้นจะนำทีโออาร์ประมูลร้านดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ เข้าบอร์ด ไม่เกินม.ค. ปีหน้า ย้ำพิจารณาข้อเสนอด้านราคาเป็นหลัก เล็งตัดพื้นที่เทอร์มินอล 2 ออก ยันไม่ทำให้ราคาต่ำลง...

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ระบุว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการร่างเงื่อนไขการประมูล (TOR) พื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (Duty Free) ในสนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าจะเสนอให้คณะกรรมการ ทอท. พิจารณาเห็นชอบได้ในเดือนธันวาคม 2561-ม.ค. 2562 อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้กรอบเวลาค่อนข้างบีบ ทอท. ต้องเร่งประมูลและเผื่อระยะเวลาให้เอกชนรายใหม่ลงทุนประมาณ 1 ปี 6 เดือน ก่อนสัญญาพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่ดิวตี้ฟรีกับกลุ่มคิง เพาเวอร์ จะหมดลงในวันที่ 27 ก.ย. 2563 โดยเชื่อว่าการประมูลและเปิดให้บริการดิวตี้ฟรีรอบใหม่จะเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ ทอท. มีแนวโน้มจะตัดพื้นที่อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ในสนามบินสุวรรณภูมิ ออกจากการประมูลดิวตี้ฟรีครั้งนี้ เนื่องจากโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ยังมีขั้นตอนและตัวแปรอีกมากมาย และขณะนี้จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ การประมูลดิวตี้ฟรีในสนามบินสุวรรณภูมิจะครอบคลุมพื้นที่แค่ 2 อาคาร คือ อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 1 ที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน และอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (satellite) ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่ขอยืนยันว่า การตัดอาคารผู้โดยสารแห่งที่ 2 ออกจากการประมูลดิวตี้ฟรี จะไม่ทำให้ราคาประมูลต่ำลง เนื่องจากพื้นที่มีขนาดลดลง น่าจะทำให้การแข่งขันสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายนิตินัย ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะแบ่งสัญญาการประมูลออกเป็นกี่ฉบับและแบ่งตามเกณฑ์ใด เพราะต้องพิจารณาผลการศึกษาก่อน แต่ส่วนตัวเห็นว่าการแบ่งสัญญาออกเป็นหลายฉบับ จะทำให้บริหารจัดการยาก ส่วน ทอท. จะนำพื้นที่ของสนามบินอีก 3 แห่ง ได้แก่ หาดใหญ่, เชียงใหม่ และภูเก็ต มารวมในการประมูลดิวตี้ฟรีรอบนี้ด้วยหรือไม่นั้น ก็ยังไม่สามารถตอบได้ เพราะต้องนำยอดขายดิวตี้ฟรีในสนามบินอื่นๆ มาพิจารณาก่อน แต่ก็ยอมรับว่าค่อนข้างหนักใจ เพราะสนามบินเชียงใหม่และหาดใหญ่มียอดขายน้อยมาก จึงทำให้ยากต่อการแบ่งสัญญา

สำหรับเกณฑ์การประมูลดิวตี้ฟรีรอบนี้จะพิจารณาข้อเสนอด้านราคาเป็นหลัก โดยเอกชนที่ชนะการประมูล คือผู้ที่เสนอเงินการันตีรายได้ขั้นต่ำในอัตราสูงสุดให้กับ ทอท. อย่างเช่นกลุ่มคิง เพาเวอร์ ที่ต้องจ่ายเงินการันตีรายได้ขั้นต่ำให้ ทอท. ทุกปี ไม่ว่าผลประกอบการเป็นอย่างไร และเมื่อกลุ่ม คิง เพาเวอร์ มียอดขายมากขึ้นก็ต้องแบ่งรายได้เป็นเปอร์เซ็นต์ให้กับ ทอท. ด้วย ซึ่งธุรกิจดิวตี้ฟรีในประเทศอื่นก็มีลักษณะเดียวกัน.