ชาวบ้านแห่ตักโคลนผุด เชื่อพอกหน้าใส-กินรักษาโรค จนท.เตือนระวังอันตราย

ชาวบ้านโคราชแห่นำโคลนผุดจากที่นาไปพอกหน้า ดื่มกิน เชื่อทำหน้าใส รักษาโรคปวดเมื่อยได้ ด้านนักธรณี เตือนไม่ควรรับประทานอาจเป็นอันตราย เพราะร่างกายย่อยดินไม่ได้ และอาจมีเชื้อโรคต่างๆ ปะปนด้วย...

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง ต่างพากันนำขวดน้ำ กระติกน้ำ มาตักลาวาโคลนที่ผุดขึ้นมากลางทุ่งนา บ้านหนองกุงน้อย หมู่ที่ 10 ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา โดยแต่ละวันชาวบ้านในโคราช และจังหวัดชัยภูมิ ยังคงแห่กันมานำเอาขวดน้ำเปล่า มาตักเอาลาวาโคลนไปดื่มกิน และเอาลาวาโคลนไปพอกตัว มากกว่า 500 คน โดยพบว่า มีโคลนผุดขึ้นมากลางทุ่งนา 9 จุด รักษาโรคปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามความเชื่อ และบางคนยังตักเอาน้ำที่อยู่ติดกับแนวโคลนที่ผุดออกมาไปดื่มอีกด้วย โดยเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์รักษาโรคภัยไข้เจ็บหายได้

นางรัศมี ดิบประโคน อายุ 43 ปี ชาวอำเภอบ้านเหลื่อม หนึ่งในชาวบ้านที่ได้นำลาวาโคลน บอกว่า เขาจะเอาไปพอกหน้า เพราะเป็นเนื้อโคลนละเอียด ไม่มีกลิ่น โดยได้ลองนำไปพอกหน้าช่วงหัวค่ำทิ้งไว้จนถึงเช้า ตื่นขึ้นมาปรากฏว่า ใบหน้าใสนิ่ม จึงกลับมานำเอาลาวาโคลนไปพอกหน้า พอกตัวอีก หน้ามันจะนิ่ม แล้วก็ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งกร้านเหมือนกับนำโคลนจากที่อื่นมาพอก พอกใบหน้าไว้ทั้งคืนเลย ทาบางๆ ไม่มีกลิ่น พอตื่นเช้ามาหน้านิ่ม ก็ไม่ได้ทำให้หน้าใสหรอ กก็เป็นฝ้าเหมือนเดิม เพียงแต่มันไม่แสบไม่คัน



ด้านนายทรงกลด ประเสริฐทรง นักธรณีวิทยาชำนาญการจากสำนักงานทรัพยากรธรณีเขต 2 กรมทรัพยากรธรณี หัวหน้าทีมงานวิจัยโคลนผุด เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่าดินผุดหเหล่านี้เป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติของน้ำในชั้นใต้ผิวดิน ที่ไหลทะลักเข้าไปทำปฏิกิริยาเคมีกับแร่ธาตุในชั้นดินเหนียวจนทำให้เกิดแรงดันผ่านรอยแยก ผสมกับดินในชั้นต่างๆ จนเกิดเป็นโคลนผุดขึ้นมาโดยได้ฝากเตือนชาวบ้านไม่ควรนำดินผุดดังกล่าวไปกิน เพราะจะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เนื่องจากร่างกายย่อยดินไม่ได้และดินก็จะมีสิ่งเจือปนของเชื้อโรคชนิดต่างๆ จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ส่วนการนำไปทาถูตามร่างกายหรือพอกหน้านั้นอาจทำได้ เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ประชาชนไม่ควรเข้าไปใกล้บริเวณดังกล่าวเพราะอาจจะเกิดโคลนดูดจนได้รับอันตรายได้.