"นบข." อัดเงินช่วยชาวนา 5,000 ล้านบาท "ประยุทธ์" สั่งไล่เชือดคดีทุจริตข้าวด่วน



“นบข.” มีมติเห็นชอบเพิ่มวงเงินจ่ายขาดโครงการช่วยเหลือ ค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าวให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว อีก 5,000 ล้านบาท เนื่องจากมีเกษตรกรเข้าร่วมเกินคาด เผยจ่ายออกไปแล้ว 56,208 ล้านบาท “บิ๊กตู่” สั่งเร่งรัดคดีที่เกี่ยวกับข้าวให้จบก่อนหมดอายุความ

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ขอเพิ่มงบช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2561/62 ในกรอบวงเงินอีก 5,000 ล้านบาท เพิ่มเติมจากที่อนุมัติไว้ 56,474 ล้านบาท เนื่องจากมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากกว่าที่ตั้งเป้าหมายไว้ 4 ล้านครัวเรือน เพราะจนถึงวันที่ 28 ม.ค. มีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียน 4.29 ล้านครัวเรือน ยังไม่รวมเกษตรกรจากภาคใต้ ที่ผลผลิตจะออกตามมาทีหลัง และสิ้นสุดวันลงทะเบียน วันที่ 28 ก.พ. ล่าสุดจ่ายเงินไปแล้ว 4.082 ล้านราย เป็นเงิน 56,208 ล้านบาท โดยส่วนนี้เป็นเงินจ่ายขาดให้เกษตรกรครัวเรือนละไม่เกิน 12 ไร่ ไร่ละ 1,500 บาท

สำหรับความคืบหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกร 4 โครงการ ได้แก่ 1.สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี เพื่อเก็บข้าวไว้ที่ยุ้งฉาง ล่าสุด มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 136,344 ราย ปริมาณข้าว 768,325 ตัน จำนวนเงิน 8,544 ล้านบาท 2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน และสถาบันเกษตรกรไปซื้อข้าว จ่ายสินเชื่อแล้ว 264 ราย วงเงิน 9,282 ล้านบาท มีข้าวเปลือก 1.031 ล้านตัน 3.การชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก มีผู้ร่วมโครงการ 194 ราย คิดเป็น 59% ของเป้าหมาย รับซื้อไปแล้ว 2.9 ล้านตัน จากที่ตั้งงบไว้ 171 ล้านบาท 4.สินเชื่อเพื่อให้เกษตรกรที่ไม่มียุ้งฉางได้ไปสร้างยุ้งฉางและมาเข้าโครงการเก็บข้าวที่ยุ้งฉาง ได้จ่ายสินเชื่อไปแล้ว 4,847 ราย คิดเป็น 48% ของเป้าหมาย ถือว่าเยี่ยมมากเพราะเป็นปีแรก และมีวงเงินสินเชื่อที่จ่ายไปแล้ว 528 ล้านบาท

“สต๊อกข้าวในปัจจุบัน พบว่า เหลือน้อยมาก และยังมีที่ยังเป็นคดีความค้างอยู่ ไม่สามารถนำมาจำหน่ายได้ รวมไปถึงที่เคยมีประเด็นเรื่องของส่วนต่าง ที่คนบอกข้าวหาย จริงๆไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นเรื่องของข้าวติดคดี ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้เร่งรัดดำเนินคดีให้สิ้นสุด ก่อนหมดอายุความ โดยปัจจุบันมีคดีที่เกี่ยวข้องนับร้อยคดี โดยมีส่วนหนึ่งเป็นข้าวตั้งแต่สมัยรัฐบาลชุดก่อนที่เอาไปทำข้าวถุง และส่งไปที่โรงบรรจุข้าวถุงแล้วไม่ได้คืนมา และมีข้าวที่เคยไปตรวจแล้วพบว่าเป็นข้าวกองล้ม จึงตรวจไม่ได้ แต่มีอยู่ในบัญชี ซึ่งส่วนนี้จะทำการสรุปนำเข้าที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง”

ขณะที่การส่งออกข้าวไทยเทียบกับประเทศผู้ส่งออกสำคัญๆ เมื่อวันที่ 1-29 ม.ค. พบว่า ไทยส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก 724,000 ตัน รองมาได้แก่ อินเดีย 721,000 ตัน ปากีสถาน 397,000 ตัน เวียดนาม 252,000 ตัน ซึ่งภาพรวมตลาดโลกค่อนข้างซบเซา ส่วนแนวโน้มตลาดข้าวไทยปีนี้ คาดว่าส่งออกได้ 9.5 ล้านตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 14% เนื่องจากเงินบาทแข็งค่า ทำให้ราคาข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่ง ขณะที่จีนมีสต๊อกข้าวจำนวนมาก ได้ระบายออกมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซียมีแนวโน้มลดการนำเข้าข้าว แต่มีปัจจัยบวกคืออินเดียคู่แข่งรายใหญ่ของไทย มีนโยบายรับซื้อข้าวในประเทศ เพื่อเก็บสต๊อกส่งผลให้ข้าวออกสู่ตลาดโลกลดลง.