"นักวิทย์" 32 ประเทศยัน โรคโควิด ติดทางอากาศได้

จม.จี้อนามัยโลก แก้ไข "คำแนะนำ" ไทยลุ้นพลาสมา กับฟ้าทะลายโจร ใช้ต้านเชื้อมรณะ

ศบค.แจงยิบ 3 ชาติ “เมียนมา-มัลดีฟส์-กาตาร์” บินมารักษาตัวในไทยหลังเปิดผ่อนปรนเฟส 5 เรียบร้อย เตรียมมาอีกกว่า 2.5 พันคน รวมผู้ติดตาม ขณะที่มีนักธุรกิจ 52 รายจากเซี่ยงไฮ้-ปักกิ่ง บินเข้ามาด้วย พร้อมปูดในช่วง 1 เดือน ต่างด้าวลอบเข้าเมืองกว่า 3 พันคน จนน่าห่วงนำเชื้อไวรัสมรณะมาระบาด ได้แต่เตือนคนไทยช่วงหยุดยาวอย่าการ์ดตก ส่วนกรณี ผบ.ทบ.สหรัฐฯ “หมอทวีศิลป์” ย้ำต้องทำตามเกณฑ์ 6 ข้อ ไม่จำเป็นต้องกักตัว 14 วัน ขณะเดียวกัน “หมอยง” แจ้งข่าวดีหลายชาติใช้พลาสมาจากผู้หายป่วยโควิด-19 แล้วได้ผลดี ประกาศขอรับบริจาคให้มากที่สุด เก็บรักษาได้นาน 1 ปี เพราะไม่ฟันธงคนเคยป่วยแล้วไม่ป่วยซ้ำ ด้านนักวิทยาศาสตร์ 32 ชาติ จี้องค์การอนามัยโลกเปลี่ยนคำแนะนำเหตุพบเชื้อโควิด-19 ติดต่อทางอากาศได้

ประเทศไทยโห่ฮิ้วไร้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศครบ 6 สัปดาห์ หรือ 42 วัน แต่ยังพบผู้ติดเชื้อกลับจากต่างประเทศอีก 5 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ขณะเดียวกันมีข่าวดีถึงแนวทางในการรักษาผู้ป่วยทั้งการใช้พลาสมาจากผู้ป่วยรักษาหายแล้วและสมุนไพรไทยฟ้าทะลายโจร

ติดเชื้อ 5 รายกลับจากคูเวต

ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 ก.ค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันว่า วันที่ 6 ก.ค. มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และอยู่ในสถานกักกันของรัฐในกรุงเทพฯนับเป็นวันที่ 42 ที่ไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ ทั้ง 5 ราย กลับจากประเทศคูเวต เป็นชาย 4 คน อาชีพรับจ้าง อายุ 34 ปี 46 ปี 48 ปี และ 53 ปี เป็นหญิง 1 ราย อาชีพพนักงานนวด ทั้งหมดเดินทางกลับถึงไทยวันที่ 29 มิ.ย. ในเที่ยวบินดังกล่าวมีผู้ตรวจพบเชื้อและยืนยันก่อนหน้าแล้วด้วย ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อ 5 รายข้างต้น ตรวจพบเชื้อ 3 ราย วันที่ 2 ก.ค.และตรวจพบอีก 2 ราย วันที่ 5 ก.ค. ทั้งหมดไม่มีอาการใดๆ ทำให้ขณะนี้มีผู้ป่วยสะสม 3,195 ราย หายป่วยแล้ว 3,072 ราย ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ทำให้ยอดคงที่อยู่ที่ 58 ราย และอยู่ระหว่างรักษา 65 ราย ขณะที่สถานการณ์โลกมีผู้ติดเชื้อสะสม 11,556,681 ราย เสียชีวิตสะสม 536,776 ราย

52 นักธุรกิจจีนบินเข้าไทย

นพ.ทวีศิลป์กล่าวอีกว่า ขณะที่ผู้ที่เดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 6 ก.ค.มี 2 เที่ยวบิน จำนวน 328 คน จากสิงคโปร์และเกาหลีใต้ ส่วนวันที่ 7 ก.ค.จะมีคนไทยกลับจากญี่ปุ่นและจีนรวม 3 เที่ยวบิน 220 คน และจะมีนักธุรกิจจากจีนเพิ่มเข้ามาอีก 52 คน แยกเป็นจากเซี่ยงไฮ้ 20 คน และปักกิ่ง 32 คน จะเห็นว่าโควตาต่อวันสำหรับผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศจะอยู่ที่ราว 500 คน หากโควตาเหลือจะให้นักธุรกิจเดินทางเข้ามา แต่ต้องอยู่ในสถานกักกันของรัฐ

34 ชาติเล็งเข้ามารักษาตัว

นพ.ทวีศิลป์กล่าวด้วยว่า สำหรับโปรแกรมการรับผู้ป่วยต่างชาติเข้ามารักษาในประเทศ เพราะเรื่องการรักษาพยาบาลเป็นสิ่งที่ประเทศไทยมีชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาผู้มีบุตรยาก การเสริมความงาม การทำฟัน ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 ขณะนี้มีโรงพยาบาลเอกชนร่วมโครงการดังกล่าวแล้ว 67 แห่ง คลินิกเฉพาะทาง 1 แห่ง มีผู้ลงทะเบียนจะเดินทางเข้ามารักษาตัวจาก 34 ประเทศ ในระยะเวลา 3 เดือน จำนวนผู้ป่วย 1,169 คน ผู้ติดตาม 1,521 คน โดยทั้งหมดจะมีขั้นตอนก่อนเดินทาง คือตรวจโควิด-19 เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง (3 วัน) เดินทางเข้ามาทางสนามบินที่กำหนด เข้าสู่กระบวนการคัดกรอง สถานพยาบาลไปรับผู้ป่วยที่สนามบิน ยืนยันต้องปลอดเชื้อโควิด-19 เท่านั้น และต้องอยู่โรงพยาบาลให้ครบ 14 วัน ไม่ให้กลับก่อนกำหนด ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบ เพราะมันจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ส่วนหนึ่งด้วย

ต่างด้าวลอบมากว่า 3 พันคน

โฆษก ศบค.กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ หน่วยงานความมั่นคงรายงานว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา มีผู้ลักลอบเข้าประเทศตามช่องทางชายแดนกว่า 3,000 คน บางส่วนอยู่ในการดูแลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดยนำมากักตัวไว้ ขณะที่บางส่วนได้ผลักดันกลับประเทศ ดังนั้น ในช่วงวันหยุดยาว ที่ปรากฏภาพประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยว จึงจำเป็นต้องป้องกันตัวเอง การ์ดอย่าตก เพราะเรามีผู้ลักลอบเข้าประเทศปะปนในประเทศของเรา ส่วนที่สวนดุสิตโพลสำรวจพบว่าประชาชน 2 ใน 3 มีความกังวลหลังผ่อนคลายระยะ 5 ลดลงนั้น เป็นเรื่องน่ากังวล จึงขอให้ระมัดระวังตัว สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือ บ่อยๆเพราะเรายังไม่มีวัคซีนรักษา

เร่งพาคนไทยในอังกฤษกลับ

จากนั้นโฆษก ศบค.ได้ตอบข้อสงสัยกรณีมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ประเทศอังกฤษ และยาหมดเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ เนื่องจากต้องรอคิวนาน ว่า ปัญหาการเดินทางกลับจากประเทศอังกฤษ คือเที่ยวบินไม่เพียงพอ ขณะนี้มีคนรอคิวกว่า 600 คน เราจึงจัดทำแผนการเดินทางระยะสั้นให้กับผู้ที่มีความจำเป็น เช่น มีอาการป่วยเหมือนกรณีดังกล่าว มีญาติไม่สบาย หรือเสียชีวิต จะจัดหาเที่ยวบินให้เดินทางกลับมาก่อน แต่ต้องต่อเครื่อง กับมีการเช่าเครื่องบินเหมาลำเพื่อเดินทางกลับ 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 20 ก.ค.และ 26 ก.ค.ใครที่ต้องการเดินทางกลับขอให้ไปลงทะเบียนให้เต็มลำ ส่วนระยะยาว ขอให้สถานทูตไทยในอังกฤษเป็นหน่วยงานกลางประสานกับหน่วยงานแพทย์ หรือหน่วยงานความมั่นคง เพื่อให้คนไทยกลับมา

เปิด 6 ข้อ ผบ.ทบ.มะกันต้องทำ

ส่วนการมาเยือนไทยของ ผบ.ทบ.สหรัฐอเมริกา ที่ได้รับสิทธิไม่ต้องกักตัว 14 วันนั้น โฆษก ศบค.กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผอ.ศบค. ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการสอบถามไปว่าจะสามารถเลื่อนการเดินทางมาได้หรือไม่ แต่การเดินทางดังกล่าวกำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งเขาเข้าใจและพร้อมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ 6 ข้อ คือ 1.มาเป็นคณะเล็กไม่เกิน 10 คน 2.เป็นการเดินทางระยะสั้น 3.ตรวจโควิด-19 ที่ประเทศต้นทาง และตรวจอีกครั้งเมื่อมาถึงไทย ซึ่งผลต้องเป็นลบทั้งสองครั้ง 4.ให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพจัดเจ้าหน้าที่ประจำคณะ 5.มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุขและความมั่นคงติดตามประจำคณะ และ 6.ต้องจำกัดการเดินทางเฉพาะกำหนดการที่ตกลงไว้ล่วงหน้า ห้ามเดินทางไปในที่สาธารณะ และห้ามใช้ขนส่งมวลชน รวมถึงการเข้าพบนายกรัฐมนตรี ขอให้ใส่หน้ากากตลอดเวลา เชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งนี้ การเดินทางมาของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ มีกำหนดเพียงไม่กี่วัน จึงไม่สามารถกักตัว 14 วันได้ และเมื่อคนที่เข้ามาไม่มีเชื้อโควิด-19 คนของเราไม่มีเชื้อก็ไม่จำเป็นต้องกักตัวเช่นกัน

ผู้ป่วย 3 ชาติเข้ารักษาใน รพ.แล้ว

ด้าน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) และเป็น 1 ใน ศบค. กล่าวว่าภายหลังมีประกาศอนุญาตให้ผู้ไม่มีสัญชาติไทยซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้ามารับการตรวจรักษาพยาบาลในประเทศไทย และผู้ติดตาม แต่ต้องไม่เป็นกรณีที่เข้ามาเพื่อการรักษาพยาบาลโรคโควิด-19 ทั้งนี้ จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1-5 ก.ค.พบว่า มีผู้เดินทางจากประเทศเมียนมา มัลดีฟส์ และกาตาร์ จำนวน 3 ราย เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ป่วยเก่าที่เคยมารับการรักษาพยาบาลอยู่แล้ว และมีญาติผู้ดูแลติดตามมาด้วยจากประเทศเมียนมา 1 คน และมัลดีฟส์ 1 คน

ย้ำเอกสารครบถึงเข้ามาได้

นพ.สุวรรณชัยให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงหลักเกณฑ์การให้ชาวต่างชาติเข้ามารับการตรวจรักษาในประเทศ ไทย พร้อมผู้ติดตาม ว่า กำหนดให้ทั้งผู้ป่วยและผู้ติดตามต้องผ่านการตรวจ ซึ่งไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด-19 ที่ประเทศต้นทาง และมีเอกสารสำคัญครบถ้วนก่อนได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ได้แก่เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลจากประเทศต้นทางที่ระบุความจำเป็นในการเข้ามารักษาพยาบาล เอกสารหรือหนังสือรับรองของสถานพยาบาลในประเทศไทยที่ยืนยันการรับผู้เดินทางเข้ามารักษาพยาบาล และการจัดสถานที่กักกันในสถานพยาบาล เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าผู้เดินทางมีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทางหรือตามสภาพการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางการแพทย์ และใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าตรวจไม่พบเชื้อก่อโรคโควิด-19 ภายในไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง เอกสารหลักฐานซึ่งแสดงถึงหลักประกันที่ผู้เดินทางสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในประเทศ และกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาล ไม่น้อยกว่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หนังสือที่รับรองว่าเป็นบุคคลที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรได้

ให้มั่นใจระบบบริหารจัดการ

อธิบดี คร.กล่าวด้วยว่า เมื่อชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเดินทางมาถึงประเทศไทย จะมีการคัดกรองอาการทางเดินหายใจและวัดไข้ ต้องเดินทางโดยยานพาหนะของสถานพยาบาลเท่านั้น และมีระบบติดตามตัวหรือติดตั้งแอปพลิเคชันตามที่ราชการกำหนด เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและติดตามอาการในระหว่างที่เข้ารับการกักกัน และที่สำคัญจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 อีก 3 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 เมื่อเดินทางมาถึงสถานพยาบาล ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 5-7 และครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 13-14 ของระยะเวลาที่ถูกกักกัน ในกรณีเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลไม่ถึง 14 วัน ทางสถานพยาบาลจะให้ผู้ป่วยอยู่กักตัวจนครบ 14 วัน รวมทั้งญาติและผู้ติดตามจะถูกกักตัวให้อยู่ในโรงพยาบาลเดียวกับผู้ป่วยเป็นระยะเวลา 14 วัน หลังจากตรวจไม่พบเชื้อ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดของประเทศไทย แม้จะมีชาวต่างชาติเข้ามารับการรักษาพยาบาล แต่เป็นการบริหารจัดการในโรงพยาบาลที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย

“ศรีสุวรรณ” ซัดอย่าเลือกปฏิบัติ

อย่างไรก็ดี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงการที่ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ออกมาระบุ พล.อ.เจมส์ แมคคอลวิลล์ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ และคณะ เดินทางมาเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกองทัพบกเข้าเงื่อนไขไม่ต้องกักตัว 14 วัน แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการ 6 ข้อ ของ ศบค.อย่างเคร่งครัดว่า เป็นคำพูดที่สวยหรูแต่ฟังไม่ขึ้นและรับไม่ได้ ชี้ให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติ 2 มาตรฐานของ ศบค.และรัฐบาล ขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 27 วรรคสาม ที่ระบุการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลกระทำไม่ได้ และมาตรา 76 ที่ระบุว่าการพัฒนาระบบราชการต้องไม่เลือกปฏิบัติ เพราะไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าการเดินทางมาของ ผบ.ทบ.สหรัฐฯ จะไม่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 จากสหรัฐฯสู่คนไทย หาก ศบค.และสภาความมั่นคงฯยังคงยืนกรานจะไม่ใช้มาตรการกักตัว 14 วัน ก็ขอให้บุคคลที่เข้าพบปะใกล้ชิด ผบ.ทบ.สหรัฐฯ และคณะ ทั้งหมดต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วันแทน

เผยหลักสร้างภูมิต้านทานโควิด–19

จากนั้นช่วงบ่าย ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงความคืบหน้าการใช้พลาสมาจากผู้ป่วยโควิด-19 ที่รักษาหายแล้วสร้างแอนติบอดี มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อื่นๆว่า ตั้งแต่โรคโควิด-19 เริ่มระบาดมีความพยายามนำยาหลายชนิดมาใช้รักษาผู้ป่วย แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่ชัดเจนว่ายาชนิดใดใช้รักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ด้วยหลักของภูมิต้านทาน เมื่อคนไข้หายจากโรคโควิด-19 ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานขึ้น โดยสร้างได้สูงมากในช่วง 4-6 สัปดาห์แล้วจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ซึ่งเชื่อว่าจะอยู่ถึง 6 เดือน จากข้อมูลจากการศึกษาร่วมกันระหว่างกรุงเทพมหานครกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ในการศึกษาคนที่หายป่วยจากโรคโควิด-19 ประมาณ 300 คน พบว่า 10 เปอร์เซ็นต์ตรวจไม่พบภูมิต้านทาน และช่วง 4 สัปดาห์ภูมิต้านทานจะมีปริมาณค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นภูมิที่ต่อต้านกับหนามแหลมของไวรัส เปรียบเสมือนเซรุ่มหรือแอนติบอดีที่คอยปกป้องหรือยับยั้งไม่ให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์

บริจาคพลาสมาต้องปลอดเชื้อ

ศ.นพ.ยงกล่าวอีกว่า การใช้พลาสมาหรือน้ำเหลืองของผู้ป่วยที่หายจากโรคแล้ว จึงมีความสำคัญ ผู้ที่จะบริจาคพลาสมาได้ทั่วไปจะต้องหายจากโรคโควิด-19 แล้วไม่น้อยกว่า 14 วัน ต้องตรวจเชื้อจากสารคัดหลั่งในลำคอและตรวจในเลือดว่าไม่มีเชื้อโรคโควิด-19 แล้ว อายุ 18-60 ปี น้ำหนักมากกว่า 50 กิโลกรัม ร่างกายแข็งแรงตามเงื่อนไขการบริจาคโลหิต โดย 1 คน สามารถบริจาคได้ 6 ครั้ง ทุก 2 สัปดาห์ ได้พลาสมาครั้งละ 500-600 ซีซี จะแบ่งเป็น 2 ถุง ถุงละ 250 ซีซี และ 300 ซีซี เพื่อให้กับผู้ป่วยตามน้ำหนักตัวหากมากกว่า 60 กิโลกรัมจะให้ถุงละ 300 ซีซี เมื่อให้แล้วภายใน 24-48 ชั่วโมงอาการไม่ดีขึ้นสามารถให้ซ้ำอีกได้ ขณะนี้มีอาสาสมัครหรือฮีโร่มาบริจาคให้กับศูนย์บริจาคบริการโลหิตแห่งชาติแล้วกว่า 150 คน ได้พลาสมาที่มีภูมิต้านทานสูงกว่า 250 ถุง ซึ่งในการใช้รักษาคนป่วย 1 คนจะใช้ประมาณ 1-2 ถุง จำนวนนี้จึงสามารถใช้รักษาได้ราว 100 คน แต่ยังไม่มีการนำไปใช้กับผู้ป่วยในไทย เพราะสถาน-การณ์การระบาดในประเทศดีขึ้น จึงเก็บรักษาไว้ในคลังสำรอง ที่เก็บไว้ได้นาน 1 ปี

ชวนคนหายป่วยบริจาคพลาสมา

“ถ้ามีผู้มาบริจาคเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะ เมื่อบริจาคได้ 600-1,000 ถุง ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติมีความสามารถที่จะเอาพลาสมาทำเป็นเซรุ่ม โดยเอามาทำให้ปริมาณพลาสมาเข้มข้น ก็จะสามารถบรรจุขวดและมีปริมาณแอนติบอดีต่อ 1 ขวด ค่อนข้างสูง สำหรับฉีดใช้รักษาผู้ป่วยโควิด-19 เหมือนเซรุ่มที่ใช้ในการรักษาไวรัสตับอักเสบบี หรือเซรุ่มรักษาพิษสุนัขบ้า และการเก็บในรูปแบบนี้จะอยู่ได้นานขึ้น จึงยังยินดีที่จะให้ผู้ป่วยที่หายแล้วมาบริจาคพลาสมาให้กับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ” ศ.นพ.ยงกล่าว

ต่างชาติใช้รักษาไร้ผลข้างเคียง

ศ.นพ.ยงกล่าวต่อว่า โดยทั่วไปจากข้อมูลทางตะวันตก การใช้พลาสมาในการรักษาผู้ป่วยในประเทศสหรัฐอเมริกา มากกว่า 10,000 ถุง มีการศึกษาความปลอดภัยแล้ว 5,000 คน พบว่าปลอดภัย อาการข้างเคียงเหมือนกับการให้เลือดหรือน้ำเหลืองในผู้ป่วยโรคอื่นๆ ไม่แตกต่างกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้มีรายงานออกมาค่อนข้างมากมายทั้งในประเทศจีน ฝรั่งเศส ฮังการี อิตาลี หรือแม้กระทั่งอเมริกาที่มีการให้มากที่สุด พบว่าได้ผลดีจำนวนมาก ส่วนที่ให้แล้วไม่ได้ผลนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการให้ในคนไข้ที่มีอาการค่อนข้างมากหรืออยู่ในระยะที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจหรือใช้ปอดเทียมแล้ว โอกาสที่จะได้ผลก็ค่อนข้างน้อย

ไม่ฟันธงเคยป่วยแล้วไม่เป็นซ้ำ

ศ.นพ.ยงกล่าวอีกว่า ในการตรวจวัดภูมิต้านทานของผู้ที่หายจากโควิด-19 ประมาณ 300 คน พบว่า 10-12 เปอร์เซ็นต์ตรวจไม่พบภูมิต้านทาน ซึ่งเหมือนกับการศึกษาในประเทศจีนหรือทางตะวันตก ที่ส่วนใหญ่เป็นในผู้ที่มีอาการน้อย คล้ายไข้หวัด ไอ ไม่รุนแรง ส่วนผู้ที่มีอาการรุนแรงจะมีภูมิต้านทานสูง คนที่ติดเชื้อแล้วมีอาการปอดบวมหรือลงปอด ภูมิต้านทานจะขึ้นสูง ซึ่งจะมีโครงการต่อเนื่องในการติดตามภูมิต้านทานธรรมชาติที่เกิดขึ้นหลังหายแล้ว 6 เดือน, 9 เดือน และ 1 ปี เพื่อหาว่าการติดเชื้อและเกิด ภูมิต้านทานธรรมชาติแล้วจะลดลงเป็นอย่างไร นอกจากนี้ มีการตรวจผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยประมาณ 400 คน มีหลักฐานการติดโรคประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ และเป็นการติดเชื้อแบบไม่มีอาการ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับบุคคลในครอบครัวของผู้ป่วยมากกว่าบุคคลที่เป็นเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้ ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าภูมิต้านทานธรรมชาติที่เกิดขึ้น จะอยู่ยาวนานแค่ไหน และจะปกป้องไม่ให้เป็นซ้ำได้หรือไม่ จึงต้องมีการศึกษาติดตามคนที่หายป่วยต่อไป เท่ากับว่ายังการันตีไม่ได้ว่าคนที่เคยติดเชื้อแล้วจะไม่ติดเชื้ออีก อาจเป็นซ้ำอีก เพียงแต่เชื่อว่าในกลุ่มผู้ที่มีอาการรุนแรง และมีภูมิต้านทานเกิดขึ้นสูงนั้น ใน 2-3 ปี จะไม่เป็นซ้ำ อย่างไรก็ตาม จากการติดตามคนป่วยที่หายยังตรวจพบเชื้อในคอ 7 เปอร์เซ็นต์ พบในช่วง 4 สัปดาห์และนานสุดที่ 81 วัน แต่ปริมาณเชื้อน้อย อยู่ในเกณฑ์ต่ำ โอกาสที่จะแพร่เชื้อน้อยมากๆ ซึ่งไม่ต่างจากในเกาหลีใต้และจีน

เริ่มทดลองสารสกัดฟ้าทะลายโจร

ด้านการทดลองสารสกัดฟ้าทะลายโจรในผู้ป่วยโควิด-19 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พญ.พรวิมล ลี้ทอง นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.สมุทรปราการว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และองค์การเภสัชกรรม ศึกษานำร่องผลของยาสารสกัดฟ้าทะลายโจรต่อผู้ป่วยโควิด-19 ที่ รพ.สมุทรปราการ เป็นที่แรก เริ่มทดลองใช้ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา กับผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการ 5 คน จากทั้งหมด 7 คน เดินทางกลับมาจากต่างประเทศและได้รับการยืนยันติดเชื้อ มีอาการระดับเล็กน้อยถึงปานกลางคือ มีไข้ ไอ ตัวร้อน ส่วนผลการรักษาระยะแรก อยู่ระหว่างการติดตาม และรอการวิจัยว่าผู้ป่วยมีการตอบสนองอย่างไรบ้าง เบื้องต้นจะเน้นดูเรื่องความปลอดภัยและต้องการรู้ประสิทธิภาพ ทั้งในส่วนของอาการที่แสดง และผลของเลือดว่าดีขึ้นอย่างไร หลังจากนี้หากมีความคืบหน้า ทางกรมการแพทย์แผนไทยเป็นผู้แถลงต่อไป

วัดจัดทำบุญแบบนิวนอร์มอล

สำหรับบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวของ ประชาชน ในช่วงวันหยุดยาววันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาปีนี้ พบว่าส่วนใหญ่ออกมาทำบุญและท่องเที่ยวเนืองแน่น ซึ่งแต่ละสถานที่ก็กำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามวิถีชีวิตใหม่ หรือนิวนอร์มอลอย่างเข้มงวด อาทิ ที่วัดจันทร์ตะวันออก อำเภอเมืองพิษณุโลก ที่จัดให้พุทธศาสนิกชนใส่บาตรตามจุดที่กำหนดแล้วญาติโยมกลับบ้านทันที ใช้เวลาในการทำบุญเพียง 3 นาที ส่วนที่วัดศาลาลอย เขตเทศบาลนครนครราชสีมา และอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ถนนราชดำเนิน จ.นครราชสีมา ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ เข้ากราบสักการะขอพรย่าโมเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกับลอดซุ้มประตูเมืองตามความเชื่อว่าจะโชคดีมีชัย เช่นเดียวกับที่วัดเจติยาภูมิ (วัดพระธาตุขามแก่น) อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามากราบไหว้พระขอพรพระธาตุขามแก่นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และทำบุญถวายสังฆทานท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ส่วนที่วัดยะหาประชาราม อ.ยะหา จ.ยะลา พุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมทำบุญและตักบาตรดอกไม้ แด่พระภิกษุ สามเณร 27 รูป พร้อมสักการะรอยพระพุทธบาทจำลอง เนื่องในเทศกาลวันเข้าพรรษา เพื่อความเป็นสิริมงคล

เข้าคิวข้ามฟากยาวกว่า 3 กม.

ที่ จ.ตราด กลุ่มนักท่องเที่ยวทยอยเช็กเอาต์ ออกจากที่พักโรงแรมและรีสอร์ตต่างๆในพื้นที่เกาะช้าง พร้อมขับรถยนต์ส่วนตัวต่อแถวเพื่อรอคิวลงเรือเฟอร์รี่บริเวณอ่าวสับปะรด และท่าเรือเซ็นเตอร์พ้อยท์ อ.เกาะช้าง เพื่อเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่งผลให้การจราจรตั้งแต่ท่าเรือจนถึงเนินเขาที่ทำการอุทยานแห่งชาติเกาะช้าง ติดขัดยาวกว่า 3 กม. พ.ต.อ.กิตติ มาลีหวล ผกก.สภ.เกาะช้าง เปิดเผยว่า จัดกำลังคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และจัดระเบียบรถยนต์จะลงเรือข้ามฟาก เพื่อให้มีการต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ ป้องกันการฉวยโอกาสแซงคิวกัน จากข้อมูลพบว่า ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลเข้าพรรษา มีรถยนต์ส่วนตัวขึ้นมาท่องเที่ยวยังพื้นที่เกาะช้างกว่า 2,000 คัน

ทยอยกลับมิตรภาพติดขัด

ต่อมา พ.ต.ท.วิษณุ คำโนนม่วง สว.สทล.1 กก.6 (นครราชสีมา) เปิดเผยว่า ประชาชนทยอยเดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ส่งผลให้การจราจรบนถนนมิตรภาพ ขาเข้ากรุงเทพฯ เริ่มมีปริมาณรถมากและเริ่มติดขัดสลับหยุดนิ่งเป็นบางจุด เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก เพื่อให้ประชาชนได้รับความ สะดวกและปลอดภัย พร้อมเปิดช่องทางพิเศษบนถนนมิตรภาพ กม.90 ไปจนถึงจุดกลับรถคลองไผ่ กม.87+600 ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา รวมระยะทาง 2.4 กม. รวมถึงประสานตำรวจทางหลวงสระบุรี เตรียมเปิดช่องทางพิเศษจาก กม.39 ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ไปจนถึง กม.17 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกไม่ให้รถติด

2 นศ.สิงคโปร์มาพร้อมคนไทย

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตลอดวันที่ 6 ก.ค. มีคนไทยในต่างประเทศและชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเวลา 17.05 น. สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ976 นำคนไทยที่ตกค้างในประเทศสิงคโปร์ จำนวน 128 คน พร้อมนักศึกษาสาวสัญชาติสิงคโปร์ 2 คน รวม 130 คน กลับเข้าไทย ในจำนวนนี้พบคนไทยมีไข้ 6 คน ต่อด้วยเวลา 21.45 น. กลุ่มคนไทยที่ตกค้างในเกาหลีใต้ 200 คน พร้อมด้วยนักวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์สัญชาติเกาหลี 1 คน เดินทางมากับสายการบินโคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ KE651 ทั้งนี้ ผู้โดยสารที่ตรวจพบมีไข้ถูกนำตัวส่ง รพ.ทันที ส่วนที่เหลือถูกพาไปยังสถานที่กักตัวของรัฐใน กทม.และสมุทรปราการ

มะกันติดเชื้อจ่อทะลุ 3 ล้านคน

ด้านความคืบหน้าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในต่างแดน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่า ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่มเป็น 11.5 ล้านคน เสียชีวิตรวมกว่า 538,000 คน โดยที่สหรัฐอเมริกาถือเป็นจุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดอันดับ 1 ของโลก ยอดติดเชื้อรวมจ่อทะลุ 3 ล้านคน ซึ่งเป็นการติดเชื้อในวันเดียว 45,300 คน แต่ถือเป็นการติดเชื้อวันเดียวที่ยอดต่ำกว่า 50,000 คนในรอบ 4 วัน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตรวมในสหรัฐฯอยู่ที่ 132,571 คน

เท็กซัสเครียด รพ.รับไม่ไหว

สำหรับรัฐที่ประสบปัญหาการแพร่ระบาดรุนแรง ส่วนใหญ่อยู่ทางภาคใต้ของสหรัฐฯ ได้แก่รัฐฟลอริดา ที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในวันที่ 4 ก.ค. 11,400 คน และวันที่ 5 ก.ค. มากกว่า 10,000 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมในรัฐฟลอริดาพุ่งทะลุ 200,000 คนอย่างเป็นทางการ ขณะที่รัฐเท็กซัสซึ่งพบผู้ติดเชื้อรายวันเฉลี่ยหลักพันคน และมีผู้ติดเชื้อรวมกว่า 200,000 คน นายสตีฟ แอดเลอร์ นายกเทศมนตรีเมืองออสติน เผยว่า อัตราการติดเชื้อในขณะนี้จะทำให้ห้องรับผู้ป่วยฉุกเฉินหรือไอซียูล้นภายใน 10 วัน และโรงพยาบาลในเมืองคนป่วยล้นใน 2 สัปดาห์ ด้านนายสตีเฟน ฮาห์น ผู้อำนวยการองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ก็ออกมาแสดงความกังวลต่อคำพูดของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ระบุว่าผู้ติดเชื้อประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ มีอาการป่วยไม่รุนแรง โดยยกผลการศึกษาขององค์การอนามัย โลก ที่ยืนยันว่าผู้ติดเชื้อราว 20 เปอร์เซ็นต์ มีโอกาสป่วยรุนแรง ถึงขั้นระบบทางเดินหายใจล้มเหลว

โควิดคร่าดาราละครเวทีดัง

ส่วนที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สื่อท้องถิ่นสหรัฐฯรายงานว่า นิก คอร์เดโร ดาราละครเวทีบรอดเวย์ชื่อดังวัย 41 ปี ได้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยเจ้าตัวล้มป่วยเป็นเวลานานถึง 95 วัน ทั้งแพทย์ยังต้องตัดขาขวาของเขาทิ้งเนื่องจากเกิดอาการลิ่มเลือดอุดตัน ขณะที่ภรรยาเผยว่า สามีล้มป่วยตั้งแต่เดือน มี.ค. และอยู่ในอาการโคม่าจนถึงเดือน พ.ค. และถึงจะได้สติรู้ตัวแล้ว แต่ก็พูดไม่ได้ สื่อสารได้เพียงขยับลูกตาเท่านั้น ซึ่งในช่วงปลายเดือน มิ.ย.ก็ยังพูดไม่ได้ น้ำหนักลดไปกว่า 29 กก. ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างการรอผ่าตัดเปลี่ยนปอด

นักวิทย์ชี้โควิดติดทางอากาศ

วันเดียวกัน กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ 239 คน จาก 32 ประเทศ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงองค์การอนามัยโลก (WHO) เรียกร้องให้ WHO ปรับเปลี่ยนคำแนะนำเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 เป็นว่าสามารถติดต่อทางอากาศได้ หลังจากที่ผ่านมาระบุไว้เพียงว่าเชื้อติดต่อผ่านละอองจากการไอจามหรือพูด ซึ่งในความเป็นจริงแล้วลักษณะการติดต่อเช่นนี้ ก็คือเชื้อติดต่อทางอากาศนั่นเอง เพราะละอองดังกล่าวจะลอยอยู่ในอากาศ และพร้อมที่จะแพร่ระบาดในร่างกายเมื่อสูดหายใจเข้าไป ทั้งนี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จะเผยแพร่งานวิจัยแสดงหลักฐานว่าเชื้อติดต่อทางอากาศในสัปดาห์หน้า

อินเดียติดเชื้ออันดับ 3 ของโลก

ที่บราซิล จุดศูนย์กลางการแพร่ระบาดอันดับ 2 ของโลก กระทรวงสาธารณสุขรายงานการตรวจ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26,051 คน เสียชีวิตในวันเดียว 602 คน ส่งผลให้ยอดติดเชื้อรวมในประเทศอยู่ที่ 1.6 ล้านคน เสียชีวิตรวม 64,900 คน ขณะที่อินเดีย ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางการระบาดอันดับ 3 ของโลก แทนที่รัสเซีย หลังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 24,000 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อรวมในอินเดียในวันที่ 6 ก.ค. อยู่ที่ 699,402 คน และแน่นอนว่าจะกลายเป็น 700,000 คนในวันถัดไป แต่ยอดเสียชีวิตรวมยังไม่พุ่งสูงนัก เมื่อเทียบกับชาติอื่นๆที่มีการระบาดรุนแรง อยู่ที่เกือบ 20,000 คน ส่วนรัสเซียที่ตกไปอยู่อันดับ 4 ของโลก พบยอดผู้ติดเชื้อรวม 687,862 คน เสียชีวิตรวม 10,296 คน

ออสซีสั่งปิดรัฐวิกตอเรีย

ที่ออสเตรเลีย นายแดเนียล แอนดรูว์ส มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย ทางภาคใต้ของประเทศ ออกแถลงการณ์ใช้มาตรการปิดกั้นพรมแดนรัฐเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี โดยห้ามประชาชนเดินทางเข้าออกรัฐวิกตอเรียเป็นอันขาด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับเงิน 11,000 ออสเตรเลียดอลลาร์ หรือราว 237,900 บาท และอาจถูกจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน คำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. เป็นต้นไป สาเหตุมาจากสถานการณ์แพร่ระบาดที่น่าวิตกกังวลในนครเมลเบิร์น ที่พบการลุกลามของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่พบผู้ติดเชื้อเมื่อวันที่ 6 ก.ค. จำนวน 127 คน และจำเป็นต้องสั่งกักบริเวณประชาชนกว่า 3,000 คน ให้อยู่แต่ในที่พักอาศัย หลังพบการติดเชื้อลุกลามในอาคารสูง 9 แห่งในนครเมลเบิร์น

กาฬโรคโผล่ภาคเหนือจีน

ขณะที่ประเทศจีน สำนักข่าวโกลบอล ไทม์ส ของจีน รายงานการตรวจพบชาวเมืองบายันนูร์ ในเขต ปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางภาคเหนือของจีน ติดเชื้อกาฬโรค 1 คน เป็นคนเลี้ยงสัตว์ที่ยังไม่ทราบว่าติดเชื้อได้อย่างไร ทั้งพบเด็กชายวัย 15 ปี ต้องสงสัยว่าติดเชื้อกาฬโรคอีก 1 คน จากการล่าตัวมาร์ม็อตกระรอกขนาดใหญ่ โดยทางการท้องถิ่นประกาศยกมาตรการเตือนภัยเป็นระดับ 3 จากทั้งหมด 4 ระดับ ห้ามล่าหรือบริโภคสัตว์ที่ต้องสงสัยว่าเป็นพาหะไปจนถึงสิ้นปี ทั้งนี้ กาฬโรคคือเป็นโรคติดต่ออันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 30-60 เปอร์เซ็นต์ และเคยคร่าชีวิตคนทั่วโลกในช่วงศตวรรษที่ 14 ไปมากกว่า 50 ล้านคน แต่ปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ