บุกปล้น เศรษฐินีรังนกเมืองคอน เพื่อนบ้านซวย โจรตีหัวชิงรถ

แก๊งโจรที่นครศรีธรรมราช เลือกปล้นบ้านเศรษฐินี เจ้าของกิจการรังนก ตื่นมาเจอโจรพอดี เลยโดนจี้บังคับถอดสร้อย แหวนเพชร จะหนีแต่รถสตาร์ตไม่ติด เพื่อนบ้านซวยด้วยโดนตีหัวเลือดอาบ

เวลา 05.45น.วันที่17 ต.ค. พ.ต.ท.สุวิทย์ นวลสงค์ สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเช้าไปปล้นทรัพย์ ที่บ้านเลขที่ 1271/2 ซอยคอกวัว ตรงข้ามวิทยาลัยอาชีวะศึกษานครศรีธรรมราช ถนนราชดำเนิน ต.คลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.อภิชาติ คชเวช รอง ผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รองผกก.(สส.) พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย สวป. นำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุ

พบนางสร้างสม หรือ เจ๊สม ศุภกร อายุ 80 ปี ผู้เสียหาย เจ้าของบ้าน นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจที่เกิดเหตุภายในบ้าน ซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ 3 ชั้น พบร่องรอยการรื้อค้น โดยเฉพาะที่ชั้น 2 ข้าวของกระจัดกระจาย และพบว่ากุญแจคล้องประตูถูกงัดด้วย

นางสร้างสม ให้การว่า ขณะกำลังนอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมหมวกไหมพรมเป็นไอ้โม่ง มีปืนพกสั้นเป็นอาวุธทั้ง 2 คน และอีกคนมีมีดสปาร์ตาเล่มใหญ่สะพายอยู่ด้วย เข้ามาใช้ปืนจี้บังคับไม่ให้ขัดขืน จากนั้นคนร้ายได้ทำการรื้อค้นทรัพย์สิน และบังคับให้ตนถอดสร้อยคอทองคำประดับเพชร 1 เส้น หนัก 2 สลึง กำไลข้อมือทองคำหนัก 3 บาท แหวนเพชรที่สวมอยู่ที่นิ้ว 1 วง ถอดให้คนร้าย หลังได้ทรัพย์สิน คนร้ายได้ออกจากบ้านไปทางประตูหน้าบ้าน

ขณะเดียวกัน ตำรวจพบ นายนุกูล บัวเพชร อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1281/3 ซอยคอกวัว ต.คลัง อ.เมือง ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่เยื้องกับบ้านที่เกิดเหตุ เป็นเจ้าของร้านขายของชำ ได้รับบาดเจ็บถูกตีด้วยของแข็ง กกหูซ้ายแตกเลือดโชก นายนุกูลให้การว่า ขณะเปิดประตูร้านเพื่อเตรียมขายของ คนร้าย 2 คน สวมหมวกไหมพรม พร้อมอาวุธครบมือ ออกจากบ้านของนางสร้างสม มาสตาร์ตรถ จยย.ฮอนด้า คลิก สีขาว ที่จอดไว้ แต่รถสตาร์ตไม่ติด คนร้ายจึงตรงมาที่ตน ใช้ปืนจี้บังคับให้ส่งกุญแจรถ จยย.ของตนที่จอดไว้หน้าร้านให้ แต่ตนหากุญแจไม่เจอ ถูกหนึ่งในคนร้ายใช้ด้ามมีดสปาร์ตาตีกกหูจนเป็นแผลแตก เลือดโชก ตำรวจจึงประสานหน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช

ขณะนั้นได้มี นายทองสุข สุขศรี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1527/16 ซอย 16 ต.คลัง อ.เมืองนครศรีธรรมราช มีอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอยู่ปากซอยดังกล่าว วิ่งหน้าตาตื่นมาแจ้งตำรวจว่า คนร้าย 2 คน บุกเข้าประชิดตน ขณะกำลังจอดรับผู้โดยสารอยู่ปากซอย ใช้ปืนจี้บังคับชิงเอารถจักรยานยนต์ ซูซูกิ สแมช สีแดง ของตน ก่อนพากันขี่หลบหนีไป

เบื้องต้น ตำรวจทราบว่า คนร้ายได้แอบงัดกุญแจบ้านอีกหลัง ซึ่งเป็นบ้านของนางสร้างสมที่อยู่ติดกัน และมีประตูทางเดินถึงกันได้ เข้ามารื้อค้นทรัพย์สิน เมื่อนางสร้างสมตื่นขึ้น คนร้ายจึงเข้าจี้บังคับไม่ให้ขัดขืน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในบื้องต้น พบว่าทรัพย์สินที่คนร้ายไปเป็นเงินสด 1 หมื่นบาท เครื่องเพชรมูลค่าหลายแสนบาท, แหวนเพชร 3 วง, สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง 1 เส้น, สร้อยข้อมือทองคำ 1 เส้น หนัก 1 บาท, กำไลข้อมือทองคำ 1 วง หนัก 3 บาท, เครื่องประดับประเภทไข่มุก ทองเหลือง ทองเค อีกจำนวนมาก อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์สิน

ฝ่ายคนร้ายได้นำทรัพย์สินของมีค่าออกจากบ้านผู้เสียหาย ไปสตาร์ตรถ จยย.ที่จอดไว้ แต่สตาร์ตไม่ติด จึงไปจี้บังคับนายนุกูล เจ้าของร้านชำ เพื่อชิงรถหนี แต่ไม่ได้ จึงทำร้ายนายนุกูลบาดเจ็บ ก่อนไปจี้ชิงรถ จยย.รับจ้างของนายทองสุข หลบหนีไป

สำหรับ นางสร้างสม ผู้เสียหาย เป็นเศรษฐินีเจ้าของกิจการรังนกนางแอ่นในจังหวัด เป็นภรรยาของอดีตผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราช ตำรวจกำลังสอบสวนว่า นอกจากคนร้ายที่เข้าไปลงมือค้นหาทรัพย์สินในบ้านผู้เสียหายแล้ว ยังมีคนร้ายร่วมทีมที่อยู่ด้านนอกบ้านด้วยหรือไม่ และได้ตรวจสอบวงจรปิดในบ้านของผู้เสียหาย พบว่าไม่สามารถดึงภาพมาดูได้

ทั้งนี้ ประมวลพยานหลักฐานแล้ว ตำรวจคาดว่า อาจมีคนใกล้ชิดที่รู้เรื่องภายในบ้าน หรือเคยเข้าออกบ้านของนางสร้างสม เป็นนกต่อ เป็นสายให้คนร้าย เนื่องจากนางสร้างสม มีบ้านพัก 4 หลัง อยู่ติดกันในรั้วเดียวกัน สองหลังแรกเป็นที่พัก ส่วนอีก 2 หลัง นางสร้างสมเปิดบ้านเป็นครั้งคราว ให้สมาชิกกลุ่มผู้สนใจธรรมมารวมตัวทำกิจกรรมปฏิบัติธรรม ราวเดือนละ 2 ครั้ง สำหรับความเสียหาย หรือทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไป ประมาณ 5 แสนบาท

ล่าสุด พ.ต.อ.โชคดี สั่งการให้ชุดสืบสวน ประสานกับเจ้าของร้านค้า บ้านเรือน ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ตรวจสอบภาพวงจรปิด ตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี รวมทั้งประสานช่างเทคผู้เชี่ยวชาญ มาทำการกู้กล่องจัดเก็บข้อมูลกล้องวงจรปิดในบ้านของนางสร้างสม เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ และใช้เป็นหลักฐานในการสืบสวนสอบสวนดำเนินการทางคดี

อีกทางหนึ่ง ได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบหาเจ้าของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียน คยจ 725 นครศรีธรรมราช ที่คนร้ายจอดเอาไว้ ก่อนเข้าไปก่อเหตุ การตรวจสอบเลขตัวถังเลขเครื่องยนต์ล่าสุด ยังไม่ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับรถคันนี้ คาดว่าคนร้ายอาจติดป้ายทะเบียนปลอม หรืออาจเป็นรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมา