ประเดิมสวย "แซนดี้" ซิวดับเบิลโพเดียม ไทยแลนด์ ซูเปอร์ซีรีส์ ที่เซปัง

"แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค" ทำผลงานยอดเยี่ยม ซิ่งรถคู่ใจภายใต้สังกัดทีมใหม่ ขึ้นโพเดียมถึง 2 ครั้ง ในศึก "ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2019" สนามแรกที่ประเทศมาเลเซีย...

วันที่ 22 เม.ย. "แซนดี้ เคราแก้ว สตูวิค" นักแข่งลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ ภายใต้การสนับสนุนจากเดอะพิซซ่าคอมปะนี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การบินไทย, พูม่า ไทยแลนด์, ดาคอน เทรดดิ้ง, ไทยวิงส์ ทราเวลเอเจนท์, ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย และ การกีฬาแห่งประเทศไทย โชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการคว้าดับเบิลโพเดียม นัดเปิดฤดูกาล ในศึกรถยนต์ทางเรียบรายการยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย "ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2019" (Thailand Super Series 2019) รุ่นซูเปอร์ คาร์ จีที 3 (Super Car GT3) ซึ่งเป็นรุ่นใหญ่ที่สุดของรายการ ด้วยรถออดี้ อาร์ 8 จีที 3 แอลเอ็มเอส อัลตรา (Audi R8 GT3 LMS Ultra) ประกบคู่กับ ฌอน ถัง (Shaun Thong) นักขับชาวฮ่องกง ผู้มากประสบการณ์ในรถรุ่นจีทีทั้งระดับเอเชียและยุโรปเช่นเดียวกับแซนดี้ สังกัดทีมบี-ควิก เรซซิ่ง (B-Quik Racing Team) เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างวันที่ 19-21 เมษายน ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

เริ่มจากวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันซ้อมของนักขับ แซนดี้และฌอน ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม อยู่อันดับท็อป 3 ของทำเนียบนักแข่งทั้งหมด จากนั้นช่วงเช้าวันเสาร์ เป็นรอบควอลิฟาย แซนดี้ลงแข่งควอลิฟายแรก คว้าตำแหน่งโพลโพซิชั่น ทำให้ออกจากกริดสตาร์ตเป็นคนแรกในเรซที่ 1 ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ส่วนฌอนลงควอลิฟายที่ 2 ได้ตำแหน่งกริดสตาร์ตที่ 2 ตามหลังอดีตนักขับเอฟวัน โทมัส เอนเก สำหรับแข่งในเรซที่ 2 วันอาทิตย์

ช่วงบ่ายของวันเสาร์ ซึ่งเป็นเรซที่ 1 แซนดี้ออกกริดสตาร์ตเป็นคันแรก ขับนำเป็นจ่าฝูง ทิ้งห่างคู่แข่งเป็นอย่างมาก และรักษาเป็นอันดับ 1 ได้นานเกือบครึ่งชั่วโมง ต่อมาแซนดี้พบปัญหากับยางหลังด้านขวาที่เริ่มหมด จึงต้องเข้าพิทเพื่อเปลี่ยนยาง และเปลี่ยนมือนักขับให้ฌอนรับหน้าที่ต่อ ทำให้เสียอันดับลงไป แต่ฌอนสามารถขับเคี่ยวเร่งเครื่องอย่างเต็มกำลังเพื่อขยับอันดับสูงขึ้นอีก แต่ยังแซงลัมโบกินี ฮูราคาน อีโว หมายเลข 26 ไม่ได้ ในที่สุด แซนดี้และฌอน จบอันดับ 2 โอเวอร์ออล ขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรกของสนามแรก ส่วนทีมบี-ควิก หมายเลข 26 ออดี้ อาร์ 8 อีโว (Audi R8 GT3 Evo) จบอันดับ 3 โอเวอร์ออล

มาถึงช่วงเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นการแข่งขันในเรซที่ 2 ฌอนรับหน้าที่ดวลศึกเป็นคนแรก ออกสตาร์ตตำแหน่งกริดสตาร์ตที่ 2 และรักษาอันดับ 2 อย่างต่อเนื่อง พยายามแซงลัมโบกินี ฮูราคาน จีที 3 อีโว ให้สำเร็จ ต่อมาไม่นานมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในสนามจากคันอื่น จึงทำให้รถเซฟตี้ออกมาวิ่งนำขบวน ในช่วงก่อนพิทวินโดวส์จะปิด ฌอนส่งไม้ต่อให้แซนดี้ นักแข่งลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ เร่งเครื่องเต็มที่เพื่อปิดช่องว่างเวลาที่ห่างจากลัมโบกินี 57 ให้สำเร็จ แต่ด้วยกฎของการแข่งขัน ฌอนและแซนดี้เป็นนักแข่งระดับซิลเวอร์-ซิลเวอร์ จึงจำเป็นต้องถูกเพิ่มเวลาพิทสตอปนานกว่าคู่แข่ง พร้อมเพิ่มเวลาการรอที่พิทอีก 10 ซึ่งเป็นกฎอันเนื่องมาจากคว้าที่ 2 ในเรซแรกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอีกด้วย (เรียกว่าเป็น Success Penalty) ทำให้ช่องว่างเวลาที่ห่างจากลัมโบกินี หมายเลข 57 ไกลกว่าจะปิดลงได้

ในที่สุด แซนดี้เร่งเครื่องจนจบอันดับ 3 ซึ่งห่างจากอันดับ 2 รถลัมโบกินี ฮูราคาน จีที 3 อีโว หมายเลข 57 เพียง 1 วินาที และห่างจากอันดับ 1 เพื่อนร่วมทีมดียวกัน รถออดี้ อาร์ 8 จีที 3 อีโว หมายเลข 26 ขับโดย เฮงก์ กิกส์ และ แดเนียล บิลสกี เพียง 2-3 วินาทีเท่านั้น ทำให้แซนดี้ได้ขึ้นโพเดียมอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นับเป็นการแข่งขันนัดเปิดฤดูกาลสนามแรกของรายการไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์ 2019 อย่างสวยงามของแซนดี้

“มันเป็นสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมมากกับทีมบี-ควิก และรถออดี้ เราเก็บคะแนนสะสม ได้เรียนรู้เกี่ยวกับรถและตอนนี้ผมเฝ้ารอคอยที่จะได้ลงแข่งในสนามต่อไปที่บุรีรัมย์ ทางทีมวิศวกร ทีมช่างของบี-ควิก ที่ได้รับการสนับสนุนจาก แอปโซลูท เรซซิ่ง (Absolute Racing) เตรียมรถแข่งให้ผมอย่างยอดเยี่ยมมาก ผมตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ที่จะได้ลงแข่งสนามต่อไปแล้ว ผมรู้สึกว่าการแข่งขันครั้งต่อไปเริ่มช้าไป อย่างไรก็ตาม ผมขอขอบคุณสปอนเซอร์ทุกท่านที่ให้โอกาสผมได้เข้าร่วมการแข่งขันครับ” แซนดี้ กล่าว

สำหรับสนามต่อไป จะแข่งที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ วันที่ 7-9 มิถุนายน ที่จะถึงนี้