ฝุ่นพิษกรุงเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่เกินเกณฑ์

เหนือ-อีสาน 8 จังหวัดหนัก

ฝุ่นพิษ PM 2.5 เล่นงานเหนือ-อีสาน หลายพื้นที่ยังอ่วม “เลย-ขอนแก่น-ลำปาง” เจอหมอกควันปกคลุมจนเห็นได้ชัด โดยที่ “ขอนแก่น” ตำรวจบุกจับสาวน้ำพองไลฟ์เฟซบุ๊กการเผาไร่อ้อยกับพ่อ อ้างซื่อๆไม่ใช่คนจุดไฟเผา และไม่รู้มีประกาศห้าม ถูกปรับ 2 พันบาท อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้ฝุ่นพิษที่เกิดจากการเผาในที่โล่ง จัดการง่ายหากหยุดเผา ส่วน กทม.-ปริมณฑล ค่าฝุ่นละอองอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานต่อเนื่อง “บิ๊กตู่” ได้แต่วอนประชาชนร่วมใจแก้ฝุ่น ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา เตือนช่วง 14 ก.พ. กระแสลมอ่อนลง อาจทำให้เกิดฝุ่นสะสม แนะทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือ จากนั้นจะมีฝนและหนาวเฮือกสุดท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 จะหมดไป

ไทยยังคงประสบปัญหามลพิษทางอากาศจาก ฝุ่นละออง ปริมาณหนาแน่นหลายพื้นที่ โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่ จ.เลย ตลอดวันที่ 11 ก.พ. ยังคงวิกฤติเนื่องจากไฟป่าและการจุดไฟเผาไร่อ้อย ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 163 AQI อยู่สีแดง จากเว็บไซต์ www.airvisual.com  ส่วนค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 วัดได้ 78 มคก./ลบ. เกินค่ามาตรฐาน (50 มคก./ลบ) มีผลกระทบต่อสุขภาพของร่างกายประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ด่านซ้าย และ อ.ภูกระดึง หมอกควันปกคลุมหนาแน่นกว่าทุกวันที่ผ่านมา ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มมีอาการเจ็บป่วยแสบตา แสบคอ และระคายเคืองผิวหนัง นพ.ภักดี สืบนุการณ์ ผอ.รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย จ.เลย เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องหมอกควันหนักกว่าทุกปีที่ผ่านมา ขณะนี้เริ่มมีประชาชนเจ็บป่วยเดินทางมารับการรักษาเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก แนะนำวิธีป้องกันในเบื้องต้นคือสวมหน้ากากอนามัย งดกิจกรรมกลางแจ้ง และดื่มน้ำให้มากๆ

ขณะที่ จ.ขอนแก่น ยังคงเผชิญกับมลพิษทางอากาศ ประชาชนพากันสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตัวเองอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทุกหน่วยงานเปิดปฏิบัติการปราบฝุ่น ระดมฉีดพ่นละอองน้ำพร้อมกัน 26 อำเภอ เพื่อสลายฝุ่นละออง ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 162 AQI อยู่สีแดง ส่วนค่า PM 2.5 เริ่มลดลงอยู่ที่ 89 มคก./ลบ. ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ. ขอนแก่น เปิดเผยว่า เช้านี้ค่าฝุ่นละอองลดลงแล้วแต่มาตรการปราบฝุ่นจะต้องยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่วนแผนปฏิบัติการฝนหลวง กรมฝนหลวงและการบินเกษตรจัดส่งเครื่องบินฝนหลวงมาประจำการที่ จ.ขอนแก่น 3 ลำ ขณะนี้กำหนดแผนการบินเพื่อลดมลพิษทางอากาศแล้ว หากสภาพอากาศเอื้ออำนวยจะบินทำฝนหลวงทันที

นอกจากนี้ นายพัฒน์พงษ์ ภู่สิงห์ สมาชิกเครือข่ายเพื่อนเตือนภัยจังหวัดขอนแก่น เดินทางเข้าพบนายสุเทพ มณีโชติ รอง ผวจ.ขอนแก่น ที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น พร้อมนำคลิปของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ญิ๋ง เล็ก” ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กการเผาไร่อ้อยกับพ่อในพื้นที่ อ.น้ำพอง เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากสร้างมลภาวะ ต่อมา พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.น้ำพอง สนธิกำลังเข้าจับกุม น.ส.พิมพ์ชนก ภวภูตานนท์ อายุ 34 ปี ชาวบ้านหนองแวง หมู่ 17 ต.บัวเงิน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เป็นผู้ไลฟ์การเผาไร่อ้อย สอบสวนอ้างว่า ไลฟ์เผาไร่อ้อยจริงแต่ไม่ใช่คนจุดไฟเผา และไม่รู้มีประกาศห้าม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาทำผิด พ.ร.บ.สาธารณสุข กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดควัน เถ้า กลิ่น และกลิ่นพิษอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ และความผิดฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน เปรียบเทียบปรับจำนวน 2,000 บาท

ส่วน จ.ลำปาง สถานการณ์ไฟป่ายังคงลุกลามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองอยู่ที่ 162 AQI อยู่สีแดง ส่วนค่า PM 2.5 วัดได้ 77 มคก./ลบ. เกินค่ามาตรฐานมาตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ.ติดต่อกันเป็นวันที่ 5 โดยไฟป่าลุกลามหลายจุด โดยเฉพาะบ้านผาลาดวังหลวง หมู่ 4 ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง ไฟป่าลุกลามไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับจิตอาสาเดินเท้าเข้าดับไฟอย่างต่อเนื่อง ด้านเจ้าหน้าที่ ปภ.เขต 10 นำรถฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ บริเวณหน้าศูนย์ราชการจังหวัดลำปาง ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศ เช่นเดียวกับ จ.ตาก เกิดไฟป่าหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ ต.แม่กาษา อ.แม่สอด ไฟป่าลุกไหม้ป่าชุมชนและ ป่าเสื่อมโทรมกว่า 200 ไร่ จนเกิดฝุ่นและควันกระจายเป็นวงกว้าง เจ้าหน้าที่ช่วยกันดับไฟและทำแนวกั้น ไฟเพื่อสกัดไม่ให้ไฟลุกลาม

ทั้งนี้ จากข้อมูลของเว็บไซต์แอร์วิชวล ใน ช่วงเย็นถึงค่ำ ได้จัดอันดับพื้นที่ในประเทศไทยที่มีค่าฝุ่นละอองสูงสุด พบว่า ที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี มาอันดับ 1 ค่าดัชนีฝุ่นเฉลี่ย (AQI) พุ่งสูงถึง 216 ตามด้วย จ.แพร่ จ.สกลนคร อ.วังสะพุง จ.เลย อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น จ.บึงกาฬ จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี ล้วนมีค่าฝุ่นเฉลี่ย (AQI) เกิน 170 ทั้งสิ้น

วันเดียวกัน กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 102-105 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.ในเมือง อ.เมือง ขอนแก่น ต.ในเวียง อ.เมือง น่าน ต.พระบาท อ.เมือง ลำปาง ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ลำปาง ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ ลำปาง ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ ลำปาง ต.บ้านกลาง อ.เมือง ลำพูน ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ สระบุรี ต.นาอาน อ.เมือง เลย ต.นาจักร อ.เมือง แพร่ ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) ตรวจพบค่าระหว่าง 26-132 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3)เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ สระบุรี ต.นาจักร อ.เมือง แพร่

ขณะที่สถานการณ์ฝุ่นละอองในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงเช้า ปริมาณฝุ่น PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 10 ก.พ. เกือบทุกพื้นที่ แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.) ทุกพื้นที่ และจากการคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ของ คพ. คาดว่าในวันที่ 12 ก.พ. ปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก แต่ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เนื่องจากมีการดำเนิน มาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ.ให้สัมภาษณ์ว่า ปัญหาฝุ่นขนาดเล็กที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และลำปาง รูปแบบแตกต่างจากปัญหาฝุ่นที่เกิดในกรุงเทพฯ กล่าวคือ จ.ขอนแก่น และลำปางนั้นจุดกำเนิดของฝุ่นเกือบทั้งหมดอยู่ในพื้นที่สูงและโล่ง สาเหตุของการเกิดฝุ่นเกือบทั้งหมดมาจากการเผาในที่โล่ง วิธีแก้คือ จะต้องงดเผา ซึ่งหากแก้ไม่ให้มีการเผาในที่โล่งได้จะสามารถกำจัดปริมาณฝุ่นได้มากกว่าร้อยละ 80 โดยเริ่มห้ามเผาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปในพื้นที่ 9 จังหวัดในภาคเหนือ มีประกาศจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ว่าห้ามเผาในที่โล่งอย่างเด็ดขาด ส่วนพื้นที่ จ.ขอนแก่น เป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดปัญหาเรื่องนี้ได้ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีเลย โดยปัญหาฝุ่น และหมอกควันมักจะทวีความรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือเสียส่วนใหญ่ อย่างไร ก็ตามขณะนี้ รมว.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งปลัดกระทรวงทรัพยากรฯมีหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นแล้ว เรื่องการห้ามเผาในพื้นที่โล่งอย่างเด็ดขาด

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ถึงปัญหาฝุ่นละอองระหว่างเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการสร้างการรับรู้สู่ชุมชนว่า ตอนนี้มีปัญหาฝุ่นในต่างจังหวัด ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าอะไรคือฝุ่น PM 2.5 หรือ PM 10 หลายคนตำหนิรัฐบาล แต่ที่ ทำให้ลดฝุ่นหลายๆตัวไม่เฉพาะ PM 2.5 ต้องแก้การจราจร การเผาไหม้น้ำมันจากเครื่องยนต์ ต้องมีแผนระยะยาวดูเรื่องระบบขนส่งมวลชน สร้างมาแล้วค่าใช้จ่ายแพงคนจะมีกำลังใช้หรือเปล่า รัฐบาลคิดรอบคอบทุกเรื่อง ฉะนั้นทำอะไรก็ตามถือเป็นความร่วมมือของพวกเรา ถ้าทุกคนร่วมมือกันได้จะเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกครั้ง ต้องมีจิตอาสาทำความดีเพื่อแผ่นดินด้วยหัวใจ ไม่ต้องบังคับหรือออกกฎหมายเพิ่มเติม ขอเพียงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจริงจังในการทำงานแก้ไขปัญหาระยะยาว ดูต้นตอสาเหตุของฝุ่นแต่ละประเภทมาจากที่ใดจะป้องกันอย่างไร

นายกฯกล่าวว่า ปัญหาที่ทำให้เกิดฝุ่นละอองถือเป็นปัญหาซ้ำซ้อน โดยเฉพาะการเผาไร่อ้อย ต้องแก้ที่ต้นตอว่าจะทำอย่างไรให้เกษตรกรเข้าใจ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหรือเปล่า การแก้ปัญหาต้องฟังเหตุผลเกษตรกรแล้วมาช่วยกันพิจารณา แต่ถ้าบอกว่าห้ามเผาก็ไม่สามารถห้ามได้ทุกที่ เว้นแต่คนที่ตั้งใจฝืนกฎหมายก็ต้องถูกลงโทษ ไม่ได้ให้ท้ายใครทั้งสิ้นต้องร่วมมือทั้งสองฝ่าย

วันเดียวกัน ส่วนที่ห้องบัญชาการพยากรณ์อากาศชั้น 11 อาคาร 50 ปี กรมอุตุนิยมวิทยา กทม. นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงถึงสภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 11-13 ก.พ.นี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรกของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จากนั้นอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาฯ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่งผลให้มีอากาศถ่ายเทได้ดี ทำให้สถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าฝุ่นละออง PM 2.5 จะกลับมาในช่วงวันที่ 14 ก.พ.นี้ เพราะในวันที่ 13-15 ก.พ.เป็นช่วงบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนกำลังถอยกลับออกไป ทำให้กระแสลมอ่อนลง ความเร็วลมอยู่ที่ 5-10 กม.ต่อ ชม. แต่ไม่ได้หยุดนิ่ง อาจทำให้ฝุ่นละอองกลับมาสะสมเพิ่มขึ้น ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการป้องกันในช่วงนี้ ส่วนช่วงวันที่ 17-18 ก.พ.ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง และจะมีอากาศหนาวเย็นของฤดูหนาวเป็นช่วงสุดท้าย ส่งผลให้มีกระแสลมความเร็วลมอยู่ที่ 20-35 กม.ต่อ ชม. เข้ามาช่วยกระจายฝุ่นละออง PM 2.5 ให้ดีขึ้นอีก จากนั้นจะเข้าสู่ฤดูร้อน กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศให้ทราบอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ.นี้ เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อนปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ก็จะหมดไป เพราะฤดูร้อนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ที่ค่อนข้างแรงกว่าลมตะวันออกเฉียงเหนือ