"พรรณสิริ" ชม รบ.จริงใจ กระจายอำนาจท้องถิ่น มั่นใจ พ.ร.บ.งบฯ ผ่านฉลุย

"พรรณสิริ" ส.ส.สุโขทัย มั่นใจ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 64 จะผ่านฉลุย เพราะเป็นประโยชน์กับประชาชน-ประเทศ ชม รบ.จริงใจ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น

เมื่อวันที่ 2 ก.ค.63 นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 วงเงินงบประมาณ 3.3 ล้านล้านบาท โดยได้ตั้งข้อสังเกตในการจัดสรรงบประมาณการพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่สากล ไว้ที่ 1,260.8 ล้านบาท ให้กับ 11 หน่วยงาน แต่งบประมาณส่วนใหญ่อยู่กับการอดุมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นงบประมาณถึง 782 ล้านบาท เหลือเพียง 478 ล้านบาท จึงมีข้อสังเกตว่า การพัฒนาผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่สากลนั้น ควรมีการส่งเสริมศักยภาพ และให้โอกาส และประสบการณ์แลกเปลี่ยนพัฒนาให้มากกว่านี้ และควรเติมในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ คือ กรมการค้าต่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม คือ กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือ สำนักมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในเรื่องอุตสาหกรรม

ส่วนแผนการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากนั้น ให้งบประมาณไว้ที่ 2,688.9 ล้านบาท โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเจ้าภาพหลัก ในจำนวนงบประมาณ 1,041 ล้านบาท และส่วนของกรมพัฒนาชุมชนของกระทรวงมหาดไทย อยู่ที่ 80,100 ล้านบาท โดยขอเสนอแนะว่าให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมพัฒนาชุมชนเป็นหน่วยงานหลัก ที่จะเสริมและเชื่อมโยงแผนบูรณาการของทั้งสองแผนนี้ให้เชื่อมโยงกัน และเป็นหน่วยงานหลักที่จะพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากที่เหมาะสมยิ่งในเศรษฐกิจปัจจุบัน รวมทั้งเชื่อมโยงไปที่การจัดสรรงบประมาณในมาตราที่ 27 ซึ่งเป็นหน่วยงานในการดูแลของนายกรัฐมนตรี มีจำนวนทั้งหมด 9 แผนงาน โดยแผนงานย่อยที่ 9 คือ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม ได้มอบหมายไว้ที่รองนายกรัฐมนตรี และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นางพรรณสิริ กล่าวต่อว่า วิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นบริษัทที่มีโอกาสสร้างความเสมอภาค และพลังทางสังคมอย่างเข็มแข็ง แต่จัดสรรงบประมาณไว้น้อยมาก ด้วยวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ว่า เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันและพัฒนาการค้าการลงทุน สร้างการมีส่วนร่วมในเรื่องของธุรกิจและสิ่งแวดล้อม จึงขอเสนอให้เชื่อมโยงวิสาหกิจชุมชน ในเรื่องของเศรษฐกิจชุมชนต่อยอด ไปยังวิสาหกิจเพื่อสังคมที่มีทุกจังหวัดในประเทศไทย ในรูปแบบของบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมาได้เริ่มดำเนินการไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนงบประมาณที่จัดสรรให้องค์กรส่วนท้องถิ่น ที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ที่ร้อยละ 29.5 ของรายได้สุทธิของรัฐบาลในวงเงินงบประมาณ 789,893.34 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.75 แต่ในส่วนของเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้จัดสรรงบประมาณไว้ที่ 332,250.41 ล้านบาทเพิ่มขึ้นที่ ร้อยละ 4.97 ซึ่งขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่งในแนวทางการจัดสรรงบประมาณในครั้งนี้ แม้ว่าจำนวนร้อยละของงบประมาณที่จะจัดให้ยังคงที่อยู่ร้อยละ 29.5 ซึ่งไม่น้อยไปกว่าเดิม เพราะการจัดเก็บรายได้ของปีนี้ในสถานการณ์ต่างๆ เป็นรายได้ที่ลดลงจากปีที่ผ่านมา แม้งบประมาณที่จัดสรรยังไม่ถึงร้อยละ 35 ตามเป้าหมายของการกระจายอำนาจ การเพิ่มศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรองรับการกระจายอำนาจ โดยรองรับเรื่องการบริการสาธารณะ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ป่วยโรคเอดส์ ประมาณ 1 แสนล้านบาทต่อปี ยังคงอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในส่วนของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล

ส่วนงบประมาณในส่วนของอาสาสาธารณสุข ในวงเงินงบประมาณราว 15,000 ล้านบาทต่อปี ยังคงอยู่ในส่วนขององค์การบริหารจังหวัดทุกแห่ง รวมทั้งการจัดบริการสุขภาพในส่วนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ก็มีการจัดสรรงบประมาณไปไว้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลที่ได้ถ่ายโอนภารกิจ ซึ่งเป็นการจัดงบประมาณด้วยความมุ่งมั่นจริงใจของรัฐบาล ที่ไม่ให้น้อยกว่าเดิมแม้ยังไม่ครบเป้าหมายก็ตาม พร้อมกันนี้ขอเสนอแนะว่าควรมีความชัดเจนในเรื่องการถ่ายโอนอำนาจ การจัดบริการระบบสุขภาพให้มีความสอดคล้อง คล่องตัว ว่าโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จะอยู่ในการดูแลของใคร และถ่ายโอนกันอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ

และข้อสังเกตในส่วนของงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปีนี้ ได้มีการจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งมองว่าเป็นการแสดงความจริงใจในการกระจายอำนาจของรัฐบาล เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนของเทศบาลมาเสนอแผนงบประมาณในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง พร้อมเสนอแนะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรากฎหมายเรื่องการเงิน การคลัง การใช้จ่ายงบประมาณของแต่ละท้องถิ่นได้เอง โดยเสนอให้การตราข้อบัญญัติ หรือการตราข้อกฎหมาย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ต้องเป็นผู้อนุมัติและตรวจสอบให้เป็นไปตามข้อกำหนดและเกณฑ์กฎหมาย ซึ่งมั่นใจว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 จะมีการลงมติผ่านทั้งสามวาระเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและการพัฒนาประเทศชาติ