ย้าย "ยางนายักษ์" มีอายุ "กว่า 300 ปี"

ชาวภูเก็ต-ลงขัน ก่อนโดนตัดทิ้ง! ขยายถนน 4 เลน

กลุ่มจิตอาสาชาวภูเก็ตเฮลั่น ลงขันช่วยกันเคลื่อนย้าย “ปู่ทวดยางนายักษ์” อายุกว่า 300 ปี ที่ได้รับผลกระทบจากการขยายถนน 4 เลน นำไปปลูกที่ว่างหลังโรงเรียนได้สำเร็จ หลังสื่อโซเชียลจวกเละหน่วยงานราชการจ้องใช้วิธีตัดทิ้งอย่างเดียว วอนให้เป็น “ยางนาป่าคลอกโมเดล” อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ทั่วประเทศ “ผอ.แขวงทางหลวงภูเก็ต” แจง ส่งรถเครนไปช่วยขุดล้อมตั้งแต่เริ่มต้น อ้างบริษัทรับเหมาไม่มีงบประมาณย้ายเลยต้องตัดทิ้ง “อธิบดีทางหลวง” ย้ำชัดเป็นนโยบายคมนาคม ห้ามตัดต้นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและทรงคุณค่าทางจิตใจของชุมชน

หวิดกลายเป็นเรื่องสะเทือนใจคนรักต้นไม้ กรณี “ปู่ทวดยางนายักษ์” ต้นยางนาขนาดใหญ่หลายคนโอบ อายุกว่า 300 ปี ที่ขึ้นอยู่ริมถนนสายบ้านพารา-บ้านป่าคลอก บริเวณหน้า ร.ร.บ้านพารา หมู่ 4 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กำลังจะถูกผู้รับเหมาก่อสร้างขยายถนนตัดโค่น ส่งผลให้กลุ่มนักธุรกิจ และจิตอาสาชาวภูเก็ตจำนวนหนึ่ง นำเรื่องราว ไปโพสต์ในสื่อโซเชียล กระทั่งมีการระดมเงินบริจาค เพื่อเป็นทุนทรัพย์ในการเคลื่อนย้ายต้นไม้ยักษ์ดังกล่าวไปปลูกในจุดอื่น เพื่อเป็นการอนุรักษ์มรดกของท้องถิ่นไว้ให้ลูกหลาน

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อช่วงสายวันที่ 6 ก.ค. กลุ่มอาสาสมัครและชาวบ้านบ้านพารา หมู่ 4 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ หลังสามารถใช้รถแบ็กโฮผลักดันต้นยางนาขนาดใหญ่อายุกว่า 300 ปีที่ขุดล้อมไว้ก่อนหน้าให้ล้มลงได้ ก่อนใช้รถเครนขนาดใหญ่ยกขึ้นจากหลุม เพื่อเคลื่อนย้ายไปปลูกไว้ภายใน ร.ร.บ้านป่าคลอก หมู่ 2 ต.ป่าคลอก ที่อยู่ห่างจากจุดดังกล่าวไปราว 5 กิโลเมตร เพื่อจะอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลัง ตามข้อเรียกร้องของชาวโซเชียลและคนในพื้นที่ พร้อมขอนำเสนอให้เป็น “ยางนาป่าคลอกโมเดล” เพื่อที่หน่วยงานราชการจะใช้เป็นรูปแบบในการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ทั่วประเทศแทนการตัดทิ้ง

ทั้งนี้ ต้นยางนาดังกล่าว เดิมตั้งอยู่ริมถนนฝั่งตรงข้าม ร.ร.บ้านพารา แต่ปัจจุบันกำลังมีโครงการขยายพื้นผิวจราจรเป็น 4 เลน ส่งผลให้ต้นยางนาดังกล่าวอยู่กลางถนน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีแผนจะตัดโค่น ทำให้ชาวโซเชียลแสดงความไม่พอใจ และเรียกร้องให้ยกเลิกการตัด ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่ได้ออกมาเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชะลอการตัด ก่อนจะมีกลุ่มจิตอาสาจากหลายภาคส่วนในภูเก็ต รวมตัวกันขึ้น ร่วมแรงร่วมใจ ร่วมทุนทรัพย์ เคลื่อนย้ายต้นยางนายักษ์ไปปลูกไว้ภายใน ร.ร.บ้านป่าคลอก โดยมีหัวเรี่ยวหัวแรงนำร่องจากเพจชื่อดัง “อุ๊ หยัดใจได้” เจ้าของเต็นท์รถมือสอง และเจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือชื่อดังของ จ.ภูเก็ต ออกค่าใช้จ่ายๆต่างในเบื้องต้น เพื่อต้องการอนุรักษ์ต้นยางนาดังกล่าวไว้

นายอรรถสิทธิ์ อินทรชูติ ผู้รับผิดชอบการดำเนินการย้ายต้นไม้ กล่าวว่า โครงการนี้เริ่มมาจากชาวบ้านที่อยู่บริเวณนี้มีความเสียดายและผูกพันกับต้นไม้ต้นนี้ เมื่อได้ทราบว่าทางหลวงจะตัดต้นไม้ต้นนี้เพื่อก่อสร้างถนน ชาวบ้านระดมความคิดส่งไปยังสื่อออนไลน์ และขอความช่วยเหลือมาในกลุ่ม จึงชักชวนเพื่อนฝูงที่อยู่ในวงการก่อสร้าง วงการเครื่องจักร และวงการต้นไม้ เริ่มดำเนินการมาได้ 6 วันแล้ว เนื่องจากต้นไม้ต้นนี้สูงมาก จำเป็นต้องตัดส่วนข้างบนออกไป 15 เมตร ตอนนี้เหลือแค่ 30 กว่าเมตร จากนั้นเริ่มกระบวนการล้มและขุดล้อม วิธีการล้มต้องรักษารากไม้ไว้ เพราะต้นไม้ต้นนี้เป็นทรัพย์สินของทางราชการ และได้ย้ายไปปลูกในสวนด้านหลัง ร.ร.บ้านป่าคลอก เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ มีพื้นที่กว้างขวางและห่างไกลจากนักเรียน เพราะผู้บริหารห้ามนักเรียนเข้าไปในสวนนี้อยู่แล้ว

ชาวบ้านในพื้นที่คนหนึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า พอทราบข่าวจะมีการตัดต้นไม้ เกิดความรู้สึกเสียดายไม่อยากให้ตัด เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่อยู่มานานมาก คนแถวนี้เรียกกันว่า “ปู่ทวดยางนายักษ์” รู้สึกดีใจมากที่ไม่ต้องตัดต้นไม้ต้นนี้ จะได้อนุรักษ์เอาไว้ให้คู่บ้านคู่เมืองและอยู่คู่กับชุมชน ให้นักท่องเที่ยวมาดูมาศึกษาดีกว่าตัดทิ้ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะขุดล้อมเตรียมเคลื่อนย้ายได้เกิดอุปสรรคหลายอย่างทำให้เกิดความล่าช้า เช่น พื้นทรุด ดินล้อมรอบโคนต้นแตกร้าว ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้กลุ่มจิตอาสาผู้ร่วมในการเคลื่อนย้ายต้องทำพิธีไหว้ขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังทำพิธีสามารถเคลื่อนย้ายต้นไม้ยักษ์ได้สำเร็จ

นายสมหวัง โลหณุต ผอ.แขวงทางหลวงภูเก็ต กล่าวว่า ที่ผ่านมาแขวงทางหลวงภูเก็ตได้ส่งรถเครนไปช่วยขุดล้อมต้นยางนาดังกล่าวตั้งแต่เริ่มแรก จากนั้นภาคประชาชนได้เข้ามาช่วยเหลือต่อตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะรักษาไว้ โดยการย้ายจากจุดเดิมที่มีการสร้างถนน 4 เลนไปปลูกไว้ที่ ร.ร.บ้านป่าคลอก เพราะบริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนสายดังกล่าวไม่มีงบประมาณในการย้ายต้นยางนาหรือต้นไม้ต่างๆ ภาคประชาชนเลยเข้ามาขอดูแลต่อ ขณะเดียวกันแขวงทางหลวงได้ทำหนังสือประสานไปยังสำนักงานป่าไม้ จ.ภูเก็ต เพื่อขออนุญาตไม่ตัดต้นไม้ดังกล่าว แต่ขอย้ายไปปลูกเพื่อรักษาไว้ให้ลูกหลานสืบไป

วันเดียวกัน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่กรมทางหลวง ดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 4027 สายท่าอากาศยานภูเก็ต-ท่าเรืออ่าวปอ ตอน บ.ป่าคลอก-บ.พารา จ.ภูเก็ต และมีการตัดต้นยางนา และล้อมย้ายต้นยางนา รวม 2 ต้น ออกจากพื้นที่ชุมชนป่าคลอกนั้น เรื่องนี้ได้รับรายงานและมีการสั่งการ ถือเป็นนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมชัดเจนว่าหากกรมทางหลวงก่อสร้างเส้นทาง และมีต้นไม้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ และทรงคุณค่าทางจิตใจของชุมชน เป็นต้นไม้มีอายุกว่า 50-100 ปี ให้ยึดนโยบายออกแบบเส้นทางเลี่ยงในทุกกรณี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานมาตรฐานความปลอดภัยของกรมทางหลวง

“ในโครงการดังกล่าวก่อนก่อสร้างได้สำรวจพบว่ามีต้นยางนาอยู่ในเขตทาง 2 ต้น กรมทางหลวงได้ปรับแนวเส้นทางก่อสร้างแล้ว พร้อมทำประชามติในชุมชน พบว่าหากปรับแนวเส้นทางจะต้องเวนคืนบ้านเรือนประชาชน ชุมชนเลยมีมติที่ให้ตัดต้นไม้แทนการเวนคืนที่ดิน กรมทางหลวงได้ทำตามขั้นตอนระเบียบ ทำหนังสือไปยังกรมป่าไม้ ผ่านองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เพื่อขออนุญาตตัดต้นยางนาทั้ง 2 ต้น และได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้เรียบร้อย ต่อมาปลายเดือน พ.ค.63 ได้ตัดฟันไป 1 ต้น จากนั้นได้รับการประสานจากนายอำเภอถลางว่า ชาวบ้านอยากให้ขุดล้อมย้ายอีก 1 ต้นที่เหลือ กรมทางหลวงได้ประสานกับกรมป่าไม้ เพื่อขอเปลี่ยนประเภทใบอนุญาตให้เป็นการขุดล้อมย้ายแทนและได้รับอนุญาต จนมาถึงขั้นตอนขุดล้อมย้ายต้นยางนายักษ์ไปปลูกที่ ร.ร.ป่าคลอก” นายสราวุธกล่าว