ลุงวัย 54 สุดงง โดนทวงคืนเงินเยียวยา 5,000 เราไม่ทิ้งกัน ทั้งที่ไม่ได้เงิน

คุณลุงวัย 54 ช็อก โดนกระทรวงการคลังทวงคืน เงินเยียวยา 5,000 บาท "เราไม่ทิ้งกัน" ทั้งที่ไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว เชื่อทวงผิดคน อยากให้ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง

วันที่ 11 ก.ค. 2563 บริเวณบ้านเลขที่ 48 ม.2 บ้านเม็ง ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น นายเฉลย สถิตชน ผู้ใหญ่บ้าน พาผู้สื่อข่าวเข้าพบกับ นายประวิทย์ แนนเกี้ยง อายุ 54 ปี และนางมะลิวรรณ โมลาเลิศ อายุ 51 ปี สองสามีภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เนื่องจากนายประวิทย์ ได้รับจดหมายทวงเงินเยียวยา 5,000 บาท โครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" จากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง

ขณะที่ หนังสือในจดหมายทวงเงินเยียวยาดังกล่าว ระบุว่า ท่านได้แสดงความประสงค์สละสิทธิ์การได้รับเงินชดเชย สำนักงานเศรษฐกิจการคลังพิจารณาแล้วขอเรียนว่า เพื่อให้การดำเนินการสละสิทธิ์ดังกล่าวตามมาตรการฯ นั้นเป็นไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ จึงขอความร่วมมือให้ท่านดำเนินการคืนเงินชดเชยรายได้ที่ท่านได้รับไปแล้วทั้งหมดให้กระทรวงการคลัง ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ที่ได้รับหนังสือฉบับนี้ พร้อมมีการประทับตราครุฑสีแดง ลงวันที่ 18 มิ.ย. 2563

ทางด้าน นายประวิทย์ กล่าวว่า ข้อความตามจดหมายทวงเงินชดเชยของรัฐบาลฉบับดังกล่าวนั้น น่าจะมาจากที่ตัวเองได้ให้ลูกหลานในหมู่บ้านลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ตามที่รัฐบาลประกาศช่วยเหลือประชาชนในช่วง โควิด-19 ระบาด โดยการลงทะเบียนนั้น ได้นำบัตรประชาชนของตัวและภรรยาไปให้ลูกหลานลงทะเบียนให้ เพราะตัวเองกับภรรยาทำไม่เป็น เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยก็กลับมาพักผ่อน ทำมาหากินรับจ้างตามปกติ โดยก่อนจะลงทะเบียนได้ไปเปิดบัญชีที่ ธ.ก.ส. เรียบร้อยจำนวน 300 บาท เพื่อนำหมายเลขบัญชีลงในทะเบียนรับเงินเยียวยาดังกล่าว

จนผ่านไปก็ยังไม่มีใครได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว กระทั่งมีจดหมายมาทวงเงิน ทำให้ตนไม่มีเงินจะคืน เพราะไม่ได้รับเงินสักบาท ตนไม่มีไร่นา ไม่มีที่ทำกิน มีบ้านไม้เก่าๆ หลังเดียว รับจ้างหากินไปวันๆ ไม่มีเงินจะคืนให้ เพราะรัฐบาลไม่ได้ให้เงิน และเป็นการทวงเงินคืนผิดคน อยากให้มีการแก้ไขที่ถูกต้องด้วย

ขณะที่ นางมะลิวรรณ กล่าวว่า จดหมายทวงเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน ถูกส่งมาถึงที่บ้านตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงนำไปให้ผู้ใหญ่บ้านดูเพื่อหาทางช่วยเหลือ เพราะไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียว แต่ถูกทวงเงินคืน ซึ่งในช่วงที่รัฐบาลประกาศช่วยเหลือประชาชนให้เงินเยียวยาในช่วงแรก สองคนผัวเมียวานลูกหลานบ้านใกล้กันลงทะเบียนให้ จนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แต่เวลาผ่านไปเป็นเดือน กลับมีข้อความภาษาอังกฤษเข้ามาที่มือถืออ่านไม่ออก จึงกดยกเลิก

จากนั้น ก็ไม่ได้รับรู้อะไรอีก หรือว่าข้อความดังกล่าวคือข้อความจากโครงการชดเชยเงินของรัฐบาล ซึ่งอ่านไม่ออก ไม่รู้เรื่องจึงปล่อยทิ้งไป หรือจะเป็นที่มาตามจดหมายทวงเงินว่าสามียกเลิก ในขณะที่ตัวเองซึ่งเป็นภรรยาก็ลงทะเบียนเช่นกันก็ยังไม่ได้รับเงินแม้แต่บาทเดียวเช่นกัน

ทั้งนี้ มีลูกชายสองคนทำงานอยู่ต่างจังหวัด จะส่งเงินมาให้พ่อแม่เดือนละ 1,000 บาท ทางบ้านไม่ได้มีฐานะอะไร อาชีพรับจ้างทั่วไป การที่สามีถูกกระทรวงการคลังส่งจดหมายมาทวงเงินคืนในครั้งนี้ เชื่อว่าทวงผิดคน จึงอยากให้มีการแก้ไขและทบทวนความผิดพลาดครั้งนี้ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นคนจนจะทุกข์ใจเดือดร้อนเหมือนกับครอบครัวตัวเอง

ทางด้าน นายเฉลย สถิตชน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านเม็ง ม.2 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หลังทราบเรื่องกับสองสามีภรรยา ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านที่ตัวเองดูแลอยู่ จึงได้อ่านจดหมายทวงเงิน และสอบถามลูกหลานคนที่ลงทะเบียน ซึ่งลูกหลานก็บอกว่า ลงทะเบียนให้ตามขั้นตอนที่ระบุเรียบร้อย ส่วนข้อมูลต่างๆจะเข้าไปที่มือถือของคนที่ลงทะเบียนซึ่งก็คือสองสามีภรรยาดังกล่าว และจากนั้นก็ไม่มีใครเข้าไปแก้ไขหรือยกเลิกใดๆ ทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้พาสองคนผัวเมีย เดินทางไปที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงตามจดหมายที่แจ้งมา แต่ธนาคารไม่สามารถดำเนินการใดๆ ให้ได้ จึงพาสองผัวเมียไปที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหนองเรือ เพื่อทำเรื่องให้ฝ่ายปกครองและฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องรับทราบ ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวพยายามขอพูดคุยกับคนที่ลงทะเบียนให้กับสองผัวเมีย แต่เจ้าตัวไม่สะดวก และไม่ยอมพูดคุยด้วย

ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.