หนุ่มวัย 20 ขี่จยย.กลับบ้านกับเพื่อน ชนกับเก๋งกระเด็นดับคู่ที่บ้านแพ้ว

หนุ่มวัย 20 ใกล้บวชเลยไปสังสรรค์สั่งลา ก่อนจะขี่ จยย.กลับบ้าน แต่ชะตาขาด จยย.เสียหลักไปชนรถเก๋งที่ขับสวนมาจนร่างกระเด็นดับคาที่พร้อมเพื่อน 2 ศพ บนถนนสวนส้ม-กระทุ่มแบน พื้นที่ อ.บ้านแพ้ว

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 21 พ.ย.2562 ร.ต.อ.ญาณพล ทับทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพ้ว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาครรุดไปตรวจสอบเหตุรถยนต์เก๋งเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บนถนนสายสวนส้ม-กระทุ่มแบน ม.1 ต.สวนส้ม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ที่เกิดเหตุพบศพชายวัยรุ่นรายแรกนอนเสียชีวิตอยู่กลางถนนทราบชื่อต่อมา คือ นายสุยัณห์ โภชนา อายุ 20 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 2 ต.สวนส้ม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร สภาพศพศีรษะแตกเลือดไหลนองพื้นถนน มีแผลฉีกขาดที่ใบหน้าและแผลถลอกตามร่างกายหลายแห่ง

ส่วนรายที่สองเสียชีวิตอยู่ริมถนน ทราบชื่อ คือ นายชินดนัย เพ่งคุณ อายุ 18 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 2 ต.สวนส้ม อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร สภาพศพศีรษะแตกเลือดไหลนองพื้นถนนเช่นเดียวกัน ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าดรีม สีแดง หมายเลขทะเบียน 1กญ 5695 สมุทรสาคร ล้มอยู่กลางถนน ส่วนรถยนต์เก๋งคู่กรณีจอดห่างออกไปประมาณ 20 เมตร เป็นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า โคโรลล่า สีดำ หมายเลขทะเบียน วน 9417 กรุงเทพมหานคร สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายมีรอยเฉี่ยวชนจนกันชนแตกและไฟส่องสว่างหลุด มีนายโกวิช สายกัน เป็นคนขับรถ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

เบื้องต้น เพื่อนของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนั้นนายสุยัณห์ โภชนา ได้ชวนเพื่อนๆ ไปสังสรรค์ในพื้นที่อำเภอกระทุ่มแบน โดยตอนที่กำลังสังสรรค์กัน นายสุยัณห์ ก็ได้พูดกับเพื่อนๆ เหมือนเป็นลางว่า วันนี้จะขอกินร่วมกับเพื่อนๆ เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ เพราะตนจะบวชแล้ว คงไม่มีโอกาสมาสังสรรค์กันแบบนี้ เมื่อถึงเวลากลับก็แยกย้ายและพากันขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน ซึ่งขับตามกันมา 3 คัน 4 คน โดยคันหน้าสุดมีนายสุยัณห์ เป็นคนขับและมีนายชินดนัย เป็นคนนั่งซ้อนท้าย


เมื่อถึงที่เกิดเหตุ จู่ๆ รถของนายสุยัณห์ก็เสียหลัก ขับหักซ้ายเหมือนจะตกข้างทาง แล้วก็หักขวาออกกลางถนนพุ่งไปชนกับรถเก๋งที่ขับสวนทางมาอย่างจัง จนทำให้เสียชีวิตทั้งสองคน เพื่อนๆ ตกใจกันอย่างมาก ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและนำตัวนายโกวิช สายกัน ไปสอบสวนต่อที่ สภ.บ้านแพ้ว ส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้นได้มอบให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป.