เตรียมสั่งนำเข้าวัคซีนจากนอก รักษากาฬโรคม้า

กรมปศุสัตว์เตรียมนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า พร้อมจัดระบบการใช้เข้มงวด ฝังไมโครชิปม้าที่ได้รับวัคซีนแล้วเพื่อควบคุมการระบาดของโรคให้มีประสิทธิภาพ นายกฯชมมาตรการควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัดได้อย่างรวดเร็ว อัตราการป่วยและตายของม้าลดลงกว่าร้อยละ 50 จากตอนที่เริ่มระบาดช่วงแรกๆ ล่าสุดที่ปากช่องมียอดม้าตายสะสม 169 ตัว และยังป่วยอยู่ 14 ตัว

ความคืบหน้าการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness : AHS) เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ทำให้ม้าล้มตายจำนวนมาก เมื่อวันที่ 6 เม.ย. น.สพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เผยว่า จากการส่งตัวอย่างเลือดม้าที่ป่วยและตายไปตรวจวินิจฉัยที่ห้องปฏิบัติการประเทศอังกฤษ ล่าสุดได้รับผลยืนยันตรงกับสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรมปศุสัตว์ ว่า เป็นโรคกาฬโรคแอฟริกาในม้า (African Horse Sickness : AHS) เป็นสายพันธุ์ (serotype 1) ขณะนี้เตรียมหารือกับผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วนเกี่ยวกับการใช้วัคซีนป้องกันโรคโดยด่วนที่สุด ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวชมในที่ประชุม ครม. ว่า กรมปศุสัตว์สามารถควบคุมโรคนี้ที่เป็นโรคอุบัติใหม่ให้อยู่ในวงจำกัดได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ กำชับให้ดำเนินมาตรการยับยั้งการระบาดอย่างเคร่งครัดต่อไป

อธิบดีกรมปศุสัตว์กล่าวต่อไปว่า โรคนี้มีวัคซีน ป้องกันเป็นวัคซีนชนิดเชื้อเป็น (live attenuated vaccine) ปัจจุบันมีการผลิตและใช้เฉพาะในประเทศที่พบการระบาดบ่อยๆ เท่านั้น ได้แก่ ในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง อียิปต์ สเปน โปรตุเกส โมร็อกโก ปากีสถาน และอินเดีย หากเห็นสมควรจะใช้ในไทยจะต้องนำเข้า ต้องกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้ที่ชัดเจน อีกทั้งจัดระบบการใช้วัคซีนอย่างเข้มงวด ด้วยการฝังไมโครชิปเพื่อให้ทราบว่าม้าตัวไหนได้รับวัคซีนแล้ว เป็นวิธีที่จะช่วยให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมปศุสัตว์จะประชุมหารือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมทั้งองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (OIE) เพื่อพิจารณาการใช้วัคซีนสำหรับการควบคุมโรค AHS ในไทยให้มีประสิทธิภาพสูงสุดโดยด่วนต่อไป

น.สพ.สรวิศ เผยด้วยว่า ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคม้าที่ จ.นครราชสีมา รายงานสถานการณ์ของโรค ขณะนี้อัตราการป่วยและตายของม้าลดลงกว่าร้อยละ 50 จำนวนม้าตายจากวันละ 20 เหลือ 3-5 ตัว ส่วนม้า ป่วยจากเดิมวันละประมาณ 20 ตัว ขณะนี้เหลือ 10 ตัวต่อวัน เนื่องจากติดเชื้อมาก่อนหน้าแล้วแสดงอาการ ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเยี่ยมผู้เลี้ยงม้าในรัศมี 20 กม.ของจุดเกิดโรค เพื่อเฝ้าระวังโรคและพ่นยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ เร่งรัดให้เจ้าของคอกจัดทำมุ้งป้องกันแมลง ตลอดจนการใช้ยาป้องกันและกำจัดแมลง สำหรับที่ อ.ปากช่อง มีคอกม้าที่ไม่มีม้าป่วยหรือตายแล้วระยะเวลานานกว่า 7 วัน รวม 6 คอก จะวิเคราะห์ว่ามีการดำเนินการอย่างไรเพื่อนำไปถ่ายทอดเป็นตัวอย่างให้คอกม้ารายอื่นที่ยังมีม้าป่วยตายอยู่ใช้เป็นแนวทางในการป้องกันและควบคุมโรค

นายไพรัตน์ ปากคีบทอง ปศุสัตว์อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา เผยว่า จนถึงเย็นวันที่ 6 เม.ย. ในพื้นที่ อ.ปากช่อง มีม้าตายจาก 23 ฟาร์มรวม 169 ตัว และยังป่วยอยู่ 14 ตัว แต่ละวันเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์นครราชสีมาและเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จะร่วมออกตรวจเยี่ยมแต่ละฟาร์ม ต้องทำคอกเป็นมุ้งป้องกันแมลงและฉีดยาฆ่าเชื้อในคอก แทบทุกฟาร์มมีสัตวแพทย์ประจำจะรักษาตามอาการป่วย แต่โรคใหม่นี้ยังไม่มียารักษา โรคนี้มีระยะฟักตัว 2-21 วัน บางตัวตายเร็ว 2-3 วัน ก็ตายต้องดูตาม อาการกันไป ทุกวันต้องรายงานให้จังหวัดและกรมปศุสัตว์ทราบ ตอนนี้อยากให้มียาหรือวัคซีนมาป้องกันรักษาเพื่อหยุดการตายของม้าจากโรคนี้โดยเร็ว