เตือนสติวิธีเลี้ยงลูก ทำให้ลูกไว้ใจพ่อแม่ ก่อนจะไปไว้ใจคนอื่น

โฆษกกรมสุขภาพจิต แนะวิธีพ่อแม่ให้เวลาและรับฟังลูก สอนให้คิดอย่างมีเหตุผล เพื่อเป็นเกราะพ้นภัย ส่วนกรณี “เด็ก 14 ปี” ขอสังคมอย่าได้กล่าวโทษพ่อแม่หรือเด็ก เมื่อเกิดขึ้นก็ช่วยกันแก้ปัญหา

จากกรณีที่เด็กหญิงอายุ 14 ปี ที่เรียนอยู่ชั้น ม.2 หายออกจากบ้านใน กทม. ไปกว่า 10 วัน จนผู้ปกครองประกาศตามหา และแจ้งความตำรวจกองปราบให้ช่วยติดตาม สุดท้ายพบตัวที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีชายวัย 52 ปีพาไป ที่ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนเพราะตกเป็นผู้ต้องหาพรากผู้เยาว์ หลังชายคนดังกล่าวให้การว่าสนิทกับเด็กหญิงดังกล่าวมา 7-8 ปี 

ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีความซับซ้อน ที่ต้องรอความชัดเจนในทางคดีความ อย่างไรก็ตามสุดท้ายเมื่อเรื่องเกิดขึ้นแล้ว ไม่ควรจะกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของพ่อแม่หรือเด็ก และควรช่วยกันแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ 

ให้เวลาและรับฟังปัญหา เป็นเกราะให้ลูกพ้นภัย

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและวัยรุ่นในปัจจุบันนั้น โดยทั่วไปเท่าที่พบเป็นเรื่องของการเรียน ความเครียด ที่พ่อแม่ควรสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป อย่างเช่น เงียบซึมผิดปกติ แต่ก่อนที่จะเกิดปัญหานั้น ป้องกันได้โดยพ่อแม่ต้องทำ 2 ข้อที่สำคัญคือ 1.ต้องมีเวลาให้ลูก และ 2.รับฟังปัญหาของลูก ซึ่ง 2 ข้อนี้ทำให้ใกล้ชิด แล้วลูกจะไว้ใจ ซึ่งความใกล้ชิดไม่ใช่แค่สื่อสารผ่านโทรศัพท์ แต่ต้องทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น พ่อแม่ลูกไปเดินสวนสาธารณะ นั่งกินข้าวร่วมโต๊ะ ทำอาหารด้วยกัน เป็นต้น

เท่าที่พบในหลายครอบครัว เช่น เมื่อลูกจะมาเล่าว่าทะเลาะกับใคร พ่อแม่ก็จะไม่ค่อยฟัง แต่ถามกลับว่าไปทะเลาะกับเขาทำไม หรือลูกจะมาเล่าว่ามีคนมาชอบ ก็มักจะเบรกด้วยความรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลา ทำให้ต่อไปลูกไม่อยากเล่าอะไรให้ฟัง ทางที่ดีคือพ่อแม่ควรฟังลูกเล่า และควรรู้สึกดีที่ลูกไว้ใจที่มาเล่าให้ฟัง

ยิ่งในยุคที่เด็กวัยรุ่นอยู่หน้าจอโทรศัพท์มือถือหลายชั่วโมงต่อวัน และพ่อแม่ต้องทำงาน ไม่มีเวลาดูแลลูก ทำให้ปัจจุบันเด็กขาดทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับคน รู้สีกมีความยากในการสนทนาจริงหรือพูดคุย เพราะส่วนใหญ่จะสื่อสารโดยการแชต สภาพนี้ยิ่งทำให้พ่อแม่ต้องใกล้ชิดลูกให้มากขึ้น

ฝึกลูกคิดเป็นตั้งแต่เรื่องเล็กก่อนเจอเรื่องใหญ่

อีกข้อที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องฝึกให้ลูกคิดอย่างมีเหตุมีผล แม้แต่เรื่องเล็กน้อย ส่วนใหญ่เด็กที่ตัดสินใจผิดพลาด เพราะประสบการณ์การผจญโลกภายนอกน้อย ไม่ได้เรียนรู้แม้แต่เรื่องเล็กน้อย ก่อนไปถึงเรื่องใหญ่ๆ อย่างเช่น เรื่องอาหารเช้าที่พ่อแม่จัดให้ เพราะชีวิตเร่งรีบ จนไม่ได้คิดเลือกเองแม้แต่อาหารเช้า  

นี่คือพื้นฐานในการฝึกระบบการคิดแบบมีเหตุมีผล ที่เป็นปัญหาของเด็กไทยจำนวนมาก จนหลายคนเมื่อเจอปัญหาก็ไม่สามารถตัดสินใจในทางที่ถูกต้องได้.