เสื้อแดงแตก รำลึก 9ปี เหตุสลายปี53 แยกวงทำกิจกรรม "ตู่"หวั่นตื้บกันเอง

เสื้อแดงแตกเป็นเสี่ยง แยกขาดจัดรำลึก 9 ปี เหตุสลายชุมนุม นปช.53 จตุพร ห่วงงานรำลึก 10 ปี มีหวังต้องกระทืบกันเอง ถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยไปจับมือกับพรรคที่เคยต่อสู้กันมาเพื่อหวังเป็นรัฐบาล เตือนเป็นการทำลายอุดมการณ์ของมวลชนที่สนับสนุน แนะเป็นฝ่ายค้านเพื่อรอชนะอย่างเด็ดขาดแล้วเป็นรัฐบาลดีกว่า ขณะที่มวลชนแดงไม่ลงรอยกัน ยึดป้ายราชประสงค์คนละฝั่งทำกิจกรรมแบบไม่สังฆกรรมกัน ด้าน บก.ลายจุด ชี้ เพื่อไทย อนาคตใหม่ ร่วมประชาธิปัตย์ ได้ป้องกันการสืบทอดอำนาจฝ่ายเผด็จการไม่ผิด...


เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 พ.ค. ความเคลื่อนไหวกลุ่มคนเสื้อแดงในวันครบรอบ 9 ปีเหตุสลายชุมนุม นปช.ที่แยกราชประสงค์ ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ที่ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่แอนด์ไลบรารี่ อิมพีเรียล ลาดพร้าว มวลชนเสื้อแดงเดินทางมารวมตัวกันในกิจกรรม ลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ รำลึกเหตุการณ์ครบรอบ 9 ปี การสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.ที่แยกราชประสงค์ 19 พ.ค.53 โดยนับเป็นปีแรกที่กลุ่ม นปช.แยกเป็นสองขั้วจัดงานรำลึก โดยงานนี้ไร้เงากลุ่ม นปช.สายอดีตพรรคไทยรักษาชาติ ที่นำโดย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เนื่องจากออกไปตั้งออฟฟิศใหม่อยู่ที่ จ.นนทบุรี เตรียมจัดงานเสวนาวิชาการเพื่อรำลึกเหตุการณ์นี้ ในวันที่ 26 พ.ค. เพื่อไม่ให้งานชนกัน



นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวกับมวลชนว่า 9 ปี 99 ศพ เมษา-พฤษภา53 ประวัติศาสตร์การปราบปรามประชาชนที่ใหญ่ที่สุดตั้งแต่ประเทศไทย มากยิ่งกว่า 14 ต.ค.16 - 6 ต.ค.19 และพฤษภาทมิฬ 35 และไม่มีคดีทางการเมืองใดที่จะมีคนติดคุกมากขนาดนี้ เราพยายามต่อสู้และอธิบายว่าไม่ได้เผาบ้านเผาเมือง ไม่ได้ล้มล้างสถาบัน และไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย เพียงแต่ต้องการให้ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ต้องการหีบบัตรเลือกตั้ง แต่ได้หีบศพกลับบ้าน ตลอด 9 ปี ญาติผู้สูญเสียต่างอยู่ในความทุกข์ระทม ปีแรกๆ มีคนมาร่วมมาก ปีถัดไปคนร่วมน้อยลงตามลำดับ

ประธาน นปช.ระบุว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่จะส่งสัญญาณไปยังหมู่มิตรทั้งหลายในซีกนักการเมือง ว่าถ้าซีกฝ่ายประชาธิปไตยอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ดีกว่าต้องคบกับคนไม่เลือกหน้า ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายค้านก็ได้ แล้วรอมาเป็นรัฐบาลตอนชนะเต็มรูปแบบจะดีกว่า เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ออกแบบมาแล้ว ว่าในยกแรกทำอย่างไรก็ชนะไม่ได้ เพราะมีเสียงส.ว.แต่งตั้งรอไว้ 250 เสียง แต่ถ้าต้องไปคบคนไม่เลือกหน้า คนในขบวนการของเราต้องไปยกมือให้คนที่เราต่อสู้กันมาเพื่อให้เราเป็นรัฐบาล จะทำอย่างไรขอให้คิดดีๆ ความรู้สึกของเราที่ต่อสู้กันมาครบรอบ 10 ปี เราต้องมากระทืบพวกเดียวกันเองในปีหน้า แต่ถ้าให้นายกฯ คนปัจจุบันทำหน้าที่ต่อไปโดยไม่มี ม.44 เป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้รู้ว่า 5 ปีที่ผ่านมาทำอะไรไว้บ้าง แถลงนโยบายเสร็จ 3 วันยังยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจยังได้ ท้ายที่สุดจะเป็นผลลัพธ์ให้กับการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ถ้าคิดว่าจะมี ส.ว.เป็นกลางโหวตให้เป็นนายกฯ คิดแบบนี้ก็ไม่ควรจะกินข้าวกันอีกต่อไป การหลอกตัวเองจะทำลายขบวนการประชาธิปไตยการต่อสู้ของประชาชนอย่างยับเยิน



"การเมืองในกระดานนี้ นักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยต้องใจเย็น เห็นเงาในน้ำใหญ่กว่าหายทั้งโซ่ทั้งลิง สูญเสียประชาชนในที่สุด มันเท่ากับเอาฝ่าเท้าไปลบประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน อย่าไปหลงใหลกับชัยชนะ วันนี้ครบรอบ 9 ปี พ.ค.53 ประวัติศาสตร์ย้อนรอยเหมือนกันหมด ตอนพฤษภา 35 การเมืองก็เป็นแบบนี้ ถ้าฝายประชาธิปไตยไม่หมกมุ่นกับอำนาจ กล้ายืนหยัดอดทนและรอคอยให้ได้ ไม่มีโอกาสใดที่จะทำความจริงให้ปรากฏกับประชาชนได้มากกว่านี้ ถ้าคิดแค่วันนี้ เจตนารมณ์การต่อสู้แต่ละครั้งจะสูญเปล่า ที่พูดไม่ได้จะไปสกัดโอกาสของใคร 9 ปี เราเองก็ต้องอยู่ด้วยความขมขื่น เรายังมีเรื่องเล่ามากมายไม่จบ เรื่องการกล่าวหาก็ยังกล่าวหากันต่อไป แม้ความจริงจะปรากฏแล้ว ส่วนพี่น้องเราที่ร่วมการต่อสู้จะอยู่มุมไหนอย่าสนใจ เขาแสดงจุดยืนประชาธิปไตยที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องที่นี่ ตราบใดอุดมการณ์เรายังมั่นคงไม่มีทางเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าอยู่มุมใดเรายังเป็นพี่น้องกัน ส่วนที่หลายคนสงสัยเรื่องพีซทีวีเราจะอพยพไปที่ใด ตนและคณะกำลังตัดสินใจเลือกอยู่ในที่ที่พี่น้องประชาชนเดินทางไปได้สะดวก" 

ด้านการจัดกิจกรรมรำลึกสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า ปีนี้คนเสื้อแดงทำกิจกรรมรำลึกแบบแยกขาดกัน และไม่ร่วมสังฆกรรมกันอย่างสิ้นเชิง เริ่มจากนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เดินทางมาที่ร้านแมคโดนัลด์ แล้วแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชูป้ายข้อความเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความขอโทษกับเหตุสลายการชุมนุมซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แต่ให้สัมภาษณ์ว่า รับได้หากพรรคประชาธิปัตย์ จะจับมือกับพรรคเพื่อไทยเพื่อจัดตั้งรัฐบาล เพราะถือเป็นการป้องกันการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ จากนั้น บก.ลายจุดรีบเดินทางกลับทันทีโดยไม่ร่วมกิจกรรมกับมวลชนในช่วงเย็น



เวลา 16.00 น. ที่สี่แยกราชประสงค์ กลุ่มคนเสื้อแดงที่เริ่มไม่ค่อยจะลงรอยกัน ทยอยเดินทางมารวมตัวกันหน้าศูนย์การค้าเกสรพลาซ่า เพื่อวางดอกไม้และจุดเทียนรำลึก ตำรวจเกรงจะเกิดความวุ่นวายจึงต้องนำแผงเหล็กมาวางเพื่อแบ่งช่องให้ประชาชนสัญจรผ่านไปมาสะดวก กลุ่มแรกนายอนุรักษ์ เจนตวนิช หรือฟอร์ดเส้นทางสีแดง พ่อค้าขายเสื้อแนวการเมือง นายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวกรณีนาฬิกาบิ๊กป้อม ที่ถูกทำร้ายร่างกายจนสาหัส นำมวลชนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งราว 50 คน ยึดพื้นที่ฝั่งขวาของป้ายราชประสงค์ฝั่งถนนราชดำริ ร้องรำทำเพลงทำกิจกรรมเชิงสัญลักษ์กันแบบไม่สนใจกลุ่มอื่น ขณะที่ฝั่งซ้ายของป้ายราชประสงค์ ด้านถนนเพลินจิต มีการรวมตัวกันของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ร่วมในเหตุสลายการชุมนุม และส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของนายอนุรักษ์ที่เข้าร่วมกับกลุ่มมวลชนสังกัดคนอยากเลือกตั้ง มีแกนนำสำคัญๆ อาทิ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นอกจากนี้ยังมี นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ ผู้สมัคร ส.ส. อดีตพรรคไทยรักษาชาติ สำหรับตรงกลางป้ายรายประสงค์ กลุ่มนางพะเยาว อัคฮาด และนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ ผู้สูญเสียญาติในเหตุสลายการชุมนุมนั่งจองที่อยู่ อย่างไรก็ตามการชุมนุมรำลึกเป็นไปอย่างสงบ หลังจุดเทียนร้องเพลงเสร็จแล้วทุกกลุ่มก็แยกย้ายกันกลับในที่สุด.