โยธาเขตห้วยขวางเอาผิด "ลิตเติ้ลดั๊ก" ใช้อาคาร "นาตารี" เปิด อาบอบนวด

ฝ่ายโยธา เขตดินแดง เข้าแจ้งความ สน.ห้วยขวาง เอาผิดผู้ประกอบการ กรณีเช่าอาคารเปิดสถานบริการลิตเติ้ลดั๊ก ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่อาบอบนวดนาตารี ถนนรัชดาภิเษก ที่ถูกคำสั่ง คสช.สั่งปิดไป

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. ที่ สน.ห้วยขวาง นายบัญชา สืบกระพัน หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตดินแดง เข้าพบ ร.ต.อ.สุจิน พรประภาพรชัย รอง สารวัตร (สอบสวน) สน.ห้วยขวาง เพื่อแจ้งความเอาผิดกับ บริษัท พีเอสเอส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ กรณีเช่าอาคารเปิดสถานบริการลิตเติ้ลดั๊ก เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นอาคารนาตารี เอ็นเตอร์เทนเมนต์ อาบอบนวด เดิม ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตดินแดง กทม. ซึ่งถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ห้ามไม่ให้ใช้สถานที่ใดที่ต้องคดีค้ามนุษย์เปิดทำการในเวลา 5 ปี โดยมี พ.ต.อ.รัชพล ชนะศรีขจร รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ภูริส จินตรานนท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง ร่วมสอบสวน ก่อนลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสถานบริการดังกล่าวร่วมกับเจ้าหน้าที่ บก.ปทส. เจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และเจ้าหน้าที่โยธา สำนักงานเขตห้วยขวาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุดเกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 5 ชั้น ปลูกติดกันทั้งหมด 9 คูหา บริเวณด้านหน้ามีการก่อสร้างปรับปรุงหน้าร้านโดยมีการเปลี่ยนป้ายหน้าร้านเป็นลิตเติ้ลดั๊ก เอ็นเตอร์เทนเมนต์ โดยที่หน้าประตูมีกุญแจล็อกอย่างแน่นหนา มีป้ายข้อความระบุเอมมานูเอล ติดอยู่เหนือประตู ทั้งนี้จุดที่มีการปรับปรุงนั้นก่อนหน้าเคยเป็นสถานบริการอาบ อบ นวด นาตารี ซึ่งเมื่อปี 2559 ได้ถูกสั่งปิดตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ห้ามไม่ให้ใช้สถานที่ใดที่ต้องคดีค้ามนุษย์เปิดทำการในเวลา 5 ปี จำนวน 6 คูหา

นายบัญชา กล่าวว่า วันนี้ตนได้นำแปลนอาคาร และเอกสารระงับการเข้าใช้อาคารดังกล่าว ซึ่งศาลปกครองมีคำสั่งไว้ตั้งแต่ปี 2559 เป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความเอาผิดต่อบริษัท พีเอสเอส เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งเป็นผู้เช่าสถานที่ประกอบการ ในความผิดฐาน ใช้อาคารผิดประเภท ดัดแปลงต่อเติมอาคารพักอาศัยเป็นอาคารพาณิชย์ ตาม พ.ร.บ.อาคาร และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน หลังพบว่าบริษัทดังกล่าวกลับมาต่อเติมอาคารอีกครั้ง โดยไม่ได้ยื่นผังการต่อเติมตัวอาคารต่อสำนักงานเขต ซึ่งจากการเข้าร่วมตรวจสอบพบว่า มีการดัดแปลงอาคาร หลังคาด้านหน้าออกมากว้าง 15 เมตร และหลังคาด้านหลังมีการต่อเติมยาวไปจนถึงคลองสาธารณะ ซี่งตามกฎหมายด้านหน้าจะต้องมีพื้นที่จากริมทางเท้าที่ติดถนนไม่น้อยกว่า 15 เมตร และด้านหลังที่ติดคลองจะต้องห่างออกมาจากคลองประมาณ 3 เมตร อีกทั้งภายในอาคารที่แบ่งเป็นห้องๆ นั้นซึ่งผิดไปจากแบบที่เคยขออนุญาต เมื่อปี 2538

ด้าน พ.ต.อ.ภูริส กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า การก่อสร้างต่อเติมอาคารดังกล่าวเป็นการละเมิดและฝ่าฝืนคำสั่งศาลปกครอง เนื่องจากไม่ได้ขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งขาดการต่ออายุมานานกว่า 3 ปี ตั้งแต่ปี 2559 ส่วนเรื่องของอาบอบนวดนาตารี ก็ยังจะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องอีกบ้าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเกรงจะกระทบกับรูปคดี

ขณะที่ พ.ต.อ.รัชพล กล่าวว่า หลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง จะรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีในความผิดตามพ.ร.บ.อาคาร ก่อนเสนอเรื่องมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อรายงานตามข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบพบ ทั้งนี้ก่อนหน้ามีการพบว่าสถานบริการดังกล่าวได้ยื่นขออนุญาตกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล ขอย้ายชื่อสถานประกอบการมา โดยขณะขออนุญาตขณะนั้นยังไม่ได้มีการเปิดให้บริการและยังไม่ได้มีการต่อเติมอาคาร ก่อนจะมาพบว่าได้มีการต่อเติมอาคาร จึงแจ้งสำนักงานเขตรับทราบเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่ามีการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนจริง ทางสำนักงานเขตจึงเข้าร้องทุกข์ว่าเป็นการต่อเติมที่ผิดกฎหมาย

รอง ผบก.น.1 กล่าวด้วยว่า ขอย้ำว่าทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับคดีความที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน ซึ่งต่อจากนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) จะพิจารณาเรื่องเข้ายึดทรัพย์สินหรือยึดอาคารต่อไป

ส่วน นายประโยชน์ ด่านก่อโพธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า ทางศูนย์พิทักษ์น้ำบาดาลได้มาร่วมตรวจสอบว่า ยังมีการลักลอบใช้น้ำบาดาลหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้นสามารถตรวจสอบได้เฉพาะภายนอก เนื่องจากตัวอาคารถูกสั่งปิดไปแล้วและไม่ให้มีการใช้งาน จึงไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบภายในได้ ซึ่งที่ผ่านมาสถานบริการดังกล่าวยังไม่เคยตรวจสอบในครั้งที่มีการตรวจสอบสถานบริการทั่วกรุงเทพมหานคร กว่า 80 แห่ง เมื่อช่วงต้นปี 2561 เนื่องจากขณะนั้นสถานบริการนาตารี ได้ถูกสั่งปิดไปก่อน.