ไม่ใช่โละแค่ทีมเศรษฐกิจ ต้องปรับยกพวง

พท.ยกโพลกดดัน จุรินทร์คุยผลงาน เหนือ "พรรคร่วมฯ"

ฝ่ายค้านขย่มซ้ำผลโพลสะท้อนเรตติ้งรัฐบาลดิ่งเหว “สุทิน” ขยี้แผลที่จริงชาวบ้านอยากโละ นายกฯ เปลี่ยนรัฐบาล ไม่ใช่แค่รื้อทีมเศรษฐกิจ “สมคิด” บี้ผู้นำรับไม่เก่ง ศก.ยิ่งต้องปรับองคาพยพใหม่หมด “วรวัจน์” ลั่นถึงเวลาอัปเปหิพวกไร้น้ำยา “อนุสรณ์” เป็นงงคะแนน พปชร.ตกต่ำ แต่เสกคะแนนเสียงวิธีพิเศษกวาดชัยชนะเลือกตั้งซ่อม “เอ๋ ปารีณา” ตอกกลับข้องใจหรืออิจฉา อวยความนิยม “บิ๊กตู่” มีมากกว่าในโพลเยอะ “มาดามเดียร์” โอ่พรรคเฟ้นมือทำงานที่เหมาะสมได้แน่ “จุรินทร์” อวด ปชป.มาถูกทางโวผลงานเหนือพรรคร่วมฯ “เทพไท” แขวะยุบสภาฯ ยังดีกว่ารัฐประหารสืบทอดอำนาจ กระตุกแก้ รธน.ก่อนค่อยล้างไพ่ “เรืองไกร” จ่อยื่น กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญยุบ พปชร.-ตัดสิทธิการเมือง กรณี กก.บห.ใช้มูลนิธิป่ารอยต่อเทียบเชิญ “บิ๊กป้อม” นั่ง หน.พรรค

จากกรณีนิด้าโพลและซูเปอร์โพลเผยแพร่ ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ที่ระบุทิศทางคะแนนความนิยมของรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ และเห็นควรมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ โดยพรรคฝ่ายค้านออกมาตอกย้ำเป็นการสะท้อนความไม่พึงพอใจความล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาล โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจที่สมควรต้องปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

พท.งงผล ลต.สวนทางโพล พปชร.ตกต่ำ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนระบุพรรคพลังประชารัฐได้รับความนิยมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประชาชนไม่เชื่อมั่นทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐว่า ผลการสำรวจนี้สอดรับทิศทางเดียวกับโพลหลายสำนักที่ออกมาก่อนหน้านี้ รัฐบาลสืบทอดอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยิ่งอยู่นานคะแนนนิยม ความเชื่อมั่นยิ่งดิ่งทรุด ลดต่ำลงแทบทุกมิติ บ้านเมืองกำลังจมดิ่งอยู่ในวิกฤติซ้อนวิกฤติ มาตรการเยียวยาจากรัฐบาลสิ้นสุดลง คนยังตกงาน ประชาชนประสบปัญหาทำมาหากินไม่ได้ สิ้นหวัง รัฐบาลไม่มีมาตรการเยียวยาต่อเนื่องที่ชัดเจน น่าแปลกใจที่แม้โพลแทบทุกสำนักจะสะท้อนความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เผชิญวิกฤติศรัทธาขยายลุกลามไปทั่วทั้งประเทศ แต่ในสนามการเลือกตั้งซ่อมพรรคพลังประชารัฐสามารถพลิกชนะได้

เหน็บเสกคะแนนเสียงด้วยวิธีพิเศษ

นายอนุสรณ์กล่าวอีกว่า แสดงว่าแม้คะแนน ความนิยมจะตกต่ำ แต่อาจมีวิธีการบริหารจัดการให้ได้มาซึ่งคะแนนด้วยวิธีพิเศษ มีการใช้อำนาจรัฐการใช้ทรัพยากรของรัฐ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งซ่อมหรือไม่ กกต.เห็นผลโพลสะท้อนคะแนน นิยมที่ตกต่ำของรัฐบาลแต่ยังสามารถชนะเลือกตั้งซ่อมได้ ยังมั่นใจอยู่หรือไม่ว่าสามารถบริหารจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรมจากลำปางโมเดลมาถึงสมุทรปราการ กกต.มีแนวทางในการสร้างความเชื่อมั่นการบริหารจัดการเลือกตั้งให้เสรีและเป็นธรรมได้อย่างไร ข้อมูลทุจริตเลือกตั้งซ่อมยังไหลมาไม่หยุด หวังว่าเลือกตั้งซ่อม จ.สมุทรปราการ คะแนนงอก บัตรเขย่ง บัตรออกลูกในหีบ รถฮัมวี วิ่งเพ่นพ่านเต็มเมือง จนคะแนนสวนทางกับโพลจะไม่เกิดขึ้นอีก

“สุทิน” ขยี้ที่จริงชาวบ้านอยากเปลี่ยน รบ.

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคามพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีผลสำรวจความคิดเห็นของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์หรือนิด้า โพลระบุประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรปรับ ครม.ยกชุดว่า มันสะท้อนความเห็นของประชาชน รัฐบาลควรรับฟังอย่างมีเหตุผล เข้าใจว่าหลังประชาชนฟังการอภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เขาคงเห็นว่าไม่มีความหวังจริงๆ การระบุว่าให้ปรับ ครม.ทั้งคณะ นั่นหมายถึงต้องรวม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมด้วย หรือพูดอีกอย่างคือการเปลี่ยนรัฐบาล อีกทั้งประชาชนคงเห็นว่าเมื่อมีความลำบากของหลายประเทศในโลก ผู้นำเขาก็แสดงสปิริตด้วยการลาออก เช่น ประเทศสิงคโปร์ และฝรั่งเศส คนไทยคงมองโลกแล้วมองเราว่าเมื่อเข้าสถานการณ์เช่นนั้นผู้นำควรจะแสดงออกถึงสปิริต

จี้รื้อองคาพยพใหม่ไปต่อยากไร้มือฉมัง

ด้านนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาชนไม่ได้คาดหวังกับรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะ ครม.เศรษฐกิจ จึงไม่แปลกใจที่ประชาชนสะท้อนว่าอยากให้มีการปรับ ครม.ทั้งคณะ แต่มองว่าจะปรับอย่างไรก็เดินไปยาก หากไม่มีมือฉมังทางเศรษฐกิจเข้ามาทำงาน เพราะผู้นำรัฐบาลยอมรับว่าไม่ชำนาญเรื่องเศรษฐกิจ ยิ่งทำให้ไม่มีความเชื่อมั่นในการทำงาน คงต้องปรับองคาพยพใหม่ทั้งหมดด้านเศรษฐกิจ ให้เข้าใจบริบทสถานการณ์ของประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งปรับแนวคิดของนายกรัฐมนตรี เช่น มุมมองด้านเศรษฐกิจที่ต้องมองให้ชัดเจน ไม่ใช่มองในมุมข้าราชการ

ลั่นถึงเวลาโละทิ้งทีม ครม.ศก.ไร้น้ำยา

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ต้องการเห็นการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี โดยส่วนตัวเห็นว่าถึงเวลาที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำงานของ ครม.เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ครม.เศรษฐกิจยังไม่เข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่แท้จริง จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ สะท้อนได้จากการทำงานตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา ครม.ด้านเศรษฐกิจ จะมองเฉพาะมิติของเศรษฐกิจมหภาค ผู้ประกอบการระดับกลางจนถึงระดับล่าง เกิดวิกฤติอย่างหนักไม่มีเงินทุนเหลือ และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติส่งออกและการท่องเที่ยวล้วนติดลบทั้งสิ้น

ถลุงงบฯ ฉาบฉวยขุดโครงการเก่าหากิน

นายวรวัจน์กล่าวอีกว่า ขณะที่การดูแลพี่น้องประชาชน รวมถึงการออกมาตรการ ไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เกิดความยากลำบากได้จริง ทำแบบเพียงฉาบฉวยเท่านั้น จะเห็นได้ว่าโครงการส่วนใหญ่ ที่จะนำเงินจากการกู้ยืมตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 3 ฉบับมาใช้ ล้วนแต่เป็นโครงการเก่า ที่เกิดก่อนจะมีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ไม่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ ยังคงมองเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก แต่ไม่มองเรื่องการส่งเสริมการตลาด การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีใหม่ เกิดการชะงักงันทางเศรษฐกิจ รวมถึงการส่งออกที่ไม่สามารถเดินหน้าได้ แต่รัฐบาลไม่ได้มียุทธศาสตร์ในเรื่องเหล่านี้ และไม่เห็นท่าทีว่าจะหยิบยกเรื่องเหล่านี้มาพูดคุยอย่างจริงจัง เห็นได้จากการจัดสรรงบฯประจำปี ล้วนแต่เป็นรูปแบบเก่าต่อเนื่องมาจากปี 62

มั่นใจ ปชช.ยังไว้ใจผู้สมัคร ส.ส.ปากน้ำ

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ความพร้อมในการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 สมุทรปราการ ที่พรรคส่งนางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ ลงเลือกตั้งว่าหลังจากคณะกรรมการสรรหาเลือกนางสลิลทิพย์ เป็นตัวแทนพรรคแล้ว จะเสนอคณะกรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบต่อไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย มีการลงพื้นที่รับใช้ประชาชนมาอย่างต่อเนื่องและจากที่เคยทำหน้าที่มาถึง 3 สมัย นางสลิลทิพย์ และทีมงานจึงเป็นที่คุ้นเคยของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ที่ผ่านมากระแสการตอบรับนางสลิลทิพย์ในช่วงโค้งแรกตั้งแต่ประกาศชื่อออกไปก็ได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างน่าพอใจ โดย เฉพาะความคาดหวังที่จะมีตัวแทนจากฝ่ายค้านเข้าไปทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลในสภาฯเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยทวงสัญญาที่รัฐบาลได้ให้ไว้ในการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งครั้งนี้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยใน จ.สมุทรปราการทุกคน จะร่วมช่วยหาเสียง เพื่อให้มีตัวแทนจากจังหวัดเข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ และแกนนำพรรคทุกคนพร้อมลงพื้นที่ช่วยหาเสียงในพื้นที่ทำให้มั่นใจว่าเมื่อถึงการเลือกตั้งพี่น้องชาวสมุทรปราการจะไว้ใจ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย

“จิรายุ” บุกบ่อนกลางกรุงฉีกหน้า รบ.

เมื่อเวลา 14.50 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส. กทม.พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา 2 คลองสามวา ถนนนิมิตใหม่ และบริเวณพื้นที่การเคหะคลอง 9 เพื่อตรวจสอบกรณีได้รับร้องเรียนว่ามีการตั้งตู้ม้า ตู้สลอตและบ่อนการพนัน เมื่อไปถึงพบประชาชนเล่นการพนันอยู่จำนวนหนึ่ง ตามที่มีการร้องเรียน ทำให้ต่างคนรีบสลายตัวออกจากพื้นที่ โดยนายจิรายุกล่าวว่า ในยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม บริหารประเทศ พบว่ามีบ่อนการพนันและยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์เคยรู้หรือไม่ว่าเกือบทุกพื้นที่มีตู้ม้า ตู้สลอต บ่อนพนันเต็มไปหมด ที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนชาวคลองสามวามานานนับเดือนว่าในพื้นที่เขตคลองสามวา มีบ่อน ตู้ม้า ตู้สลอตจำนวนมาก แต่ให้โอกาสตำรวจท้องที่แก้ไขปัญหา แต่ดูเหมือนจะหนักขึ้นทุกวัน จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบเป็นจริงตามที่ร้องเรียน นอกจากจุดที่ลงพื้นที่เป็นท้องที่ สน.นิมิตรใหม่ เพื่อถ่ายคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานเผยแพร่ทางสื่อมวลชนแล้ว ยังมีข้อมูลว่ามีทั้งบ่อนการพนันขนาดใหญ่บนถนนหทัยราษฎร์ รวมถึงหลายจุดในพื้นที่กรุงเทพฯฝั่งเหนือ จึงอยากให้ ผบก.น.ที่รับผิดชอบพื้นที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาตรงนี้ด้วย เพราะการตั้งบ่อนใกล้โรงเรียนเช่นนี้ไม่สงสารเด็กนักเรียนกันบ้างเลย

เล็งตั้งกระทู้ถามนายกฯกลางสภา

นายจิรายุกล่าวอีกว่า เมื่อตนลงพื้นที่ไปเยาวชนที่ใช้บริการอยู่ก็แตกฮือกันออกไป ดังนั้นในสัปดาห์นี้จะยื่นกระทู้ถามนายกฯ ถึงการแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันที่มีมากเต็มบ้านเต็มเมือง ไหนบอกว่าจะแก้ไขปัญหาอบายมุขการพนันทำไมปล่อยให้มีมากกว่ายุคไหนๆเช่นนี้ แตกต่างจากสิ่งที่นายกฯบอกว่าจะจัดการให้หมดไป รวมถึงอยากให้นายกฯตรวจสอบเรื่องการเรียกรับส่วยด้วย นอกจากนี้ อยากจะเชิญนายกฯมาลงพื้นที่คลองสามวาพร้อมกับตนเพื่อตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ เพราะแปลกใจว่า กลางกรุงเทพฯเช่นนี้ ทำไมยังทำเหมือนเป็น “มาเก๊าคลองสามวา” ทั้งที่เป็นวันพระเข้าพรรษา

“เอ๋” สวนโฆษก พท.ข้องใจหรืออิจฉา

วันเดียวกัน น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทยพาดพิงพรรคพลังประชารัฐจากซูเปอร์โพลว่า ข้องใจหรืออิจฉาการอ้างซูเปอร์โพลว่าประชาชนไม่เชื่อมั่นทีมเศรษฐกิจ หรือรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความนิยมทรุดลงทุกมิติ แต่พลังประชารัฐกลับพลิกชนะเลือกตั้งทุกสนามนั้น ความจริงแล้วทีมเศรษฐกิจที่ผ่านมาทำงานได้ดี ทรงตัวได้ดีมากในบรรยากาศที่เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากพิษโควิด มาตรการเยียวยาต่างๆบรรเทาช่วยเหลือกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีที่สุด ดูจากยอดเงินสะพัดในประเทศช่วงมาตรการเยียวยาออกมา การอ้างคำพูดเดิมว่าสืบทอดอำนาจเป็นการใส่ร้าย ที่ผ่านมาเรามีนายกฯทักษิณ นายกฯยิ่งลักษณ์ นายกฯสมชาย นายกฯสมัครและอื่นๆ เราไม่เคยมาใส่ร้ายกันว่าสืบทอดอำนาจ เพราะเรา ลูกผู้ชายแพ้ก็แพ้ ชนะก็ชนะ หัดยอมรับด้วย ขอยืนยันว่าความนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์มีมากกว่าที่ในโพลต่างๆสุ่มสำรวจแน่นอน ดูง่ายๆจากผลการเลือกตั้ง จำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งมีเยอะกว่าจำนวนการสุ่มสำรวจ ข้อมูลโพลต่างๆอาจไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง

“เดียร์” เชื่อ พปชร.เฟ้นทีม ศก.ที่เหมาะสม

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ตลาดชุมชนร้อยปี เขตหนองจอก น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ พร้อม 5 ส.ส.กทม.กลุ่มสหมิตร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมรับฟังปัญหาชาวชุมชนตลาดร้อยปี กรณีคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นน้ำ ทำลายทัศนียภาพและวิถีชีวิตชุมชน จากนั้น น.ส.วทันยาให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจของประชาชนที่ไม่สนับสนุนให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจว่า พรรคเลือกคณะกรรมการพรรคบริหารพรรคชุดใหม่แล้ว เชื่อว่าจะได้กำหนดตัวบุคคลที่เหมาะสมมาทำงานเป็นตัวแทนพรรค จะรอดูการมอบหมายตำแหน่งงานต่างๆที่ยังไม่ชัดเจน การคัดเลือกบุคคลไปทำงานคงเป็นไปตามเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกพรรคต้องรอดูผล ตนและ ส.ส.ทุกคนมาจากระบอบประชาธิปไตย จะ เคารพเสียงส่วนใหญ่ของพรรค แต่มั่นใจว่าจะทำให้พรรคเดินไปข้างหน้า ส.ส.เป็นส่วนสำคัญเชื่อมโยงกับประชาชนรับรู้ปัญหาและขับเคลื่อนปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข การทำงานเพียงแค่คนเดียวคงไม่สามารถสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้แท้จริง คนที่จะมาเป็นแม่ทัพหลักต้องรับฟังเสียงสมาชิกพรรค ความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนและเดินหน้าทำงานอย่างเท่าเทียม

เตือนงานสุดหินท้าทาย หน.ทีม ศก.

น.ส.วทันยากล่าวอีกว่า วันนี้พวกเราทุกคนเดินหน้าทำงานมาโดยตลอด ทำงานมาตั้งแต่วันแรกที่ได้รับเลือก ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ท้ายที่สุดไม่ว่าโครงสร้างพรรคหรือบุคคลที่จะมารับตำแหน่งต่างๆเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่จุดยืน ส.ส.ต้องทำงานเพื่อประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนผู้นำทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลคิดว่าคงไม่สามารถระบุได้ว่าจะเป็นนัก วิชาการหรือนักการเมือง แต่สิ่งสำคัญขณะนี้ที่เห็นจากเสียงสะท้อนของประชาชนหลังเกิดวิกฤติโควิด-19 ที่มีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจเข้าสู่ความยากลำบาก จึงมีความท้าทายอย่างยิ่งยวด คิดว่าจุดนี้เองคนที่จะมา รับตำแหน่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจต้องประกอบไปด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และที่สำคัญที่สุดคือประสบการณ์การทำงาน ไม่ว่าระดับประเทศหรือระดับท้องถิ่นต้องสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นไปยังต่างประเทศได้และต้องเป็นบุคคลที่สร้างศรัทธาให้ประชาชน ต้องบอกว่าวันนี้เรื่องปากท้องประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

หน.ปชป.ปลื้มเรตติ้งขี่พรรคร่วมฯ

เมื่อเวลา 14.30 น. ที่สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจซูเปอร์โพลระบุว่า คะแนนพรรคประชาธิปัตย์นำพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆว่า ขอเรียนว่าจะเป็นกำลังใจส่วนหนึ่งให้พรรคประชาธิปัตย์ ที่จะได้เดินหน้าทางการเมืองต่อไป อย่างน้อยที่สุดเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ระดับหนึ่งว่า สิ่งที่เราได้ทำมาตลอดช่วงระยะเวลาก่อนหน้านี้เดินไปถูกทาง แม้จะไม่ทั้งหมด แต่อย่างน้อยที่สุดสะท้อนให้เห็นว่า การมุ่งเน้นตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเราต้องการเน้นผลงานมากกว่าคำพูด อย่างน้อยเป็นที่รับรู้ของพี่น้องประชาชน และกลไกการเดินหน้าร่วมกันในส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่เราประสานงานกันตลอดช่วงที่ผ่านมาคือกลไกในคณะรัฐบาล ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลกลไกในสภาฯเราเป็น 52 เสียงที่มีคุณภาพของฝ่ายนิติบัญญัติ รวมถึงกลไกภายในพรรค ซึ่งมีทีมอเวนเจอร์ สะท้อนให้เห็นว่าเป็นที่ยอมรับตามสมควร แม้จะไม่ทั้งหมดของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

จัด “จุรินทร์ออนทัวร์” ทั่วประเทศ

นายจุรินทร์กล่าวว่า ถัดจากนี้ไปตนก็มีแนวทางในการที่จะเดินทางไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในทุกภาค ในรูปแบบของ “จุรินทร์ออนทัวร์” ที่จะเดินทางไปในทุกภูมิภาคของประเทศ พร้อมกับคนรุ่นใหม่ของพรรค ที่จะได้เดินทางร่วมขบวนกันไป เพื่อพบกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ หากคลี่คลายปัญหาอะไรให้ได้ก็จะทำทันที ส่วนผลกระทบกับพรรคร่วมนั้น ตนไม่คิดว่าจะมีผลกระทบอะไร เพราะโพลก็คือผลสำรวจที่ปรากฏออกมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ในการที่จะต้องทำงานร่วมกัน ก็ยังต้องทำงานร่วมกันในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ และประชาธิปัตย์ก็ทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็ยังทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี

“อี้” โอ่มาถูกทางโดนใจชาวบ้านมากขึ้น

นายแทนคุณ จิตต์อิสระ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงผลสำรวจของซูเปอร์โพลเกี่ยวกับความนิยมต่อพรรคการเมือง ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าดีใจที่พรรคประชาธิปัตย์ ณ ปัจจุบันนี้มีคะแนนนิยมสูงที่สุดในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล แม้ว่าคะแนนนิยมจะอยู่ในลำดับต่ำกว่าอีก 2 พรรคการเมืองฝ่ายค้าน ผลสำรวจรอบล่าสุดนี้ถือว่าหัวหน้าพรรคนำเรามาได้ถูกทาง โดยร่วมกับคณะกรรมการบริหารพรรคยุคนี้ เดินหน้ามาถูกทางและมั่นใจว่าจะเดินหน้านำพาประชาธิปัตย์มีโอกาสครองใจประชาชนมากขึ้นอีก เพราะใช้ยุทธศาสตร์นิ่งตามกลไกทำงาน และเดินหน้าตามหน้าที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้จะเจอวิกฤติโรคระบาด พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเป็นที่พึ่งออกหน่วยช่วยประชาชนทั่วทุกพื้นที่ ถ้าวิเคราะห์จากผลสำรวจฉบับนี้สอดคล้องกับวิถีที่เราทำงาน จะสังเกตเห็นได้ว่าประชาชนมักจะรำคาญพรรคที่แก่งแย่งอำนาจ แต่จะชื่นชมคนที่ก้มหน้าก้มตาทำงานให้ประชาชน

ฟุ้งจากนี้ รบ.แซงฝ่ายค้านเเน่นอน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี และรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะเป็นคนรุ่นใหม่ของพรรคเห็นว่าผลสำรวจคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์สูงที่สุดในบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล เพราะรัฐมนตรีของพรรคทุกคน มีผลงานที่ประชาชาชนจับต้องได้และทำได้เร็ว เช่น โครงการประกันรายได้เกษตรกรที่สามารถเยียวยาและยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศกว่า 7 ล้านครัวเรือน ส่วนกรณีผลสำรวจของพรรคร่วมรัฐบาลได้คะแนนน้อยกว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านนั้น ประชาชนอาจมองว่าช่วงวิกฤติโควิด-19 มีความลำบากในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่หลังจากรัฐบาลผ่อนคลาย และมีมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ผ่านเงินงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงินต่างๆแล้วจะสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจของประชาชนได้ จึงเชื่อมั่นว่าหลังจากนี้รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะเรียกคะแนนนิยมให้กับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ให้กลับมานำพรรคร่วมฝ่ายค้านตามลำดับ ด้วยฝีมือและการทำงาน
ที่ทุ่มเทของรัฐบาลที่มีนายกฯและรัฐมนตรีทุกคนทำงานกันอย่างสอดประสานสามัคคีเพื่อพี่น้องประชาชน

“คึก” ชี้ยุบสภาดีกว่า รปห.สืบทอดอำนาจ

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการยุบสภาจากคำพูดของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯและจากการอภิปรายของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.พรรคก้าวไกล ว่าส่วนตัวเป็นนักการเมืองที่ไม่เคยกลัวการยุบสภา ไม่เคยกลัวการเลือกตั้ง เพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติทางการเมืองของนักการเมืองทุกคน เมื่อมีการยุบสภา นักการเมืองต้องกลับไปหาประชาชน เพื่อรณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งให้ตัวเองได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ ส.ส.ส่วนใหญ่ในสภาไม่มีใครอยากให้มีการยุบสภา แต่การยุบสภาก็ยังดีกว่าการรัฐประหาร เพราะการยุบสภาสามารถเลือกตั้งเข้ามาใหม่ได้อีก แต่การรัฐประหารไม่มีการเลือกตั้ง มีแต่การสืบทอดอำนาจอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันยังไม่มีเหตุผลใดที่จะให้รัฐบาลใช้เป็นข้ออ้างในการยุบสภา เพื่อเลือกตั้งใหม่ได้เลย นอกจากการชิงความได้เปรียบทางการเมืองเท่านั้น

กระทุ้งแก้ รธน.ก่อนค่อยลุยล้างไพ่

“ถ้าจะมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2560 ยังไม่เห็นผลดีหรือความเปลี่ยนแปลงใดๆทางการเมืองไปจากเดิม แต่หากต้องการให้การเมืองเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น และพลิกโฉมการเมืองใหม่ มีการเลือกตั้งภายใต้กติกาที่เป็นธรรม ควรจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 ให้แล้วเสร็จเสียก่อน จึงค่อยประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญที่ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยเฉพาะแก้ไขใน 2 ประเด็นสำคัญคือ ระบบการเลือกตั้งและการเข้าสู่อำนาจของรัฐบาล ถ้าหากรัฐธรรมนูญแก้ไขใน 2 ประเด็นสำคัญนี้แล้ว พร้อมสนับสนุนให้ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทันที” นายเทพไทกล่าว

“เรืองไกร” จ่อร้องใช้มูลนิธิเทียบเชิญ “ป้อม”

วันเดียวกัน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวว่า จากกรณีวันที่ 22 มิ.ย. ที่ปรากฏภาพกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลายคนไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคโดยใช้สถานที่คือ มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยอมรับและให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่ามีการใช้สถานที่ของมูลนิธิดังกล่าวจริง สอดคล้องกับภาพที่ปรากฏตามสื่อ เป็นภาพของ พล.อ.ประวิตรจับมือกับกรรมการบริหารพรรคหลายคนที่มูลนิธิดังกล่าวอย่างชัดเจน เมื่อนายไพบูลย์ ท้าให้ฟ้องก็ต้องตรวจสอบตามมาและเมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้วพบว่ามูลนิธิดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ไม่ให้ทำกิจกรรมทางการเมือง

ยื่น กกต.ส่งศาล รธน.ยุบพรรคตัดสิทธิฯ

“เมื่อกรรมการบริหารพรรคไปเชิญ พล.อ.ประวิตร มาเป็นหัวหน้าพรรค ถือเป็นการทำกิจกรรมทางการเมือง กรณีดังกล่าวเมื่อฝ่าผืนวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ จึงอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 92 ที่ห้ามไม่ให้กระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องดำเนินการต่อไปโดยเร็ว เพราะหากมีการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯ อาจมีโทษถึงยุบพรรคและตัดสิทธิทางการเมืองด้วย ได้ใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไปพอสมควรจนพบเห็นช่องทางที่จะร้องต่อ กกต. เพื่อให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าจะมีเหตุต้องยุบพรรค พปชร. และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการพรรคหรือไม่ ดังนั้นวันที่ 9 ก.ค. เวลา 11.00 น. จะไปยื่นหนังสือต่อ กกต.ด้วยตนเอง” นายเรืองไกรกล่าว

“เอ๋” ยื่น ปธ.สภา “ธนาธร” ขัดจริยธรรม

ช่วงค่ำ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคก้าวไกลบอกว่าการเสนอชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เข้ามาเป็นกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ไม่ขัดกฎหมายใดๆ วอนคนเห็นต่างอย่าอคติ ตนไม่เถียงเรื่องนายธนาธรมานั่งในกรรมาธิการฯไม่ผิดกฎหมาย เพราะเป็นเรื่องคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่สภาไม่เคยกำหนดไว้ แต่ที่สำคัญ คือมันขาดจริยธรรมและความไม่เหมาะสม ยิ่งกรณีเป็นกรรมาธิการฯงบประมาณ ไปยุ่งเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณของทั้งรัฐบาลและสภาผู้แทนฯ เป็นอำนาจของสภาผู้แทนฯ วันที่ 8 ก.ค. จะร้องประธานสภาฯในเรื่องจริยธรรม