กสทช. คาดใช้งบ 2 หมื่นล้าน เพื่อยื้อชีวิตทีวีดิจิตอลให้ไปต่อได้

ผู้บริหารช่อง 3 แกรมมี่ เห็นด้วยมาตรการชดเชยทีวีดิจิตอล ด้าน กสทช. คาดว่าจะเปิดประมูลคลื่นกลางปี 62 โดยใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านบาท สนับสนุนทีวีดิจิตอลให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้...

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2561 ในการประชุมการเรียกคืนคลื่นความถี่และเยียวยาคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ครั้งแรก มีผู้บริหารทีวีดิจิตอล 20 บริษัท จากทั้งหมด 23 ช่อง เข้าร่วม เช่น นายประวิทย์ มาลีนนท์ ผู้บริหารช่อง 3 นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) นายวัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารธุรกิจ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) นายภาณุชัย เหตระกูล ศรีนวลนัด กรรมการบริหาร ผู้อำนวยการ สถานีโทรทัศน์นิวทีวี และนายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล เข้าร่วมโดยใช้เวลาประชุมประมาณเกือบ 1 ชั่วโมง

พันเอกนที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่และเยียวยาคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) กล่าวภายหลังการประชุมฯ ว่า เบื้องต้น คาดการณ์ว่าจะเปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ได้ภายในไตรมาสที่ 2 หรือกลางปี 2562 และสามารถนำเงินมาช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลได้ในปี 2563 ซึ่งแนวทางจะดำเนินการในลักษณะคู่ขนานกันไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย กสทช. โดยการนำเงินรายได้จากการประมูลคลื่นย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่ได้มาชดเชยอย่างสมเหตุสมผลให้กับผู้ประกอบการโครงข่าย หรือ มักซ์ ตามด้วยผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล ทั้งในเรื่องของการสนับสนุนค่าเช่าโครงข่าย การออกอากาศผ่านมัสต์แครี่ และการสำรวจความนิยม หรือเรตติ้งของทีวีดิจิตอลผ่านอินเทอร์เน็ต เนื่องจากคลื่นนี้เป็นคลื่นที่ใช้ในกิจการกระจายเสียงฯ แต่นำออกมาประมูลเพื่อหารายได้เข้ารัฐ ซึ่งคาดว่าการช่วยเหลือจะใช้งบประมาณอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

โดยจะนัดประชุมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล และผู้ประกอบการโครงข่าย ครั้งที่ 2 เพื่อสรุปรายละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง ภายในกลางเดือนธันวาคมนี้ พร้อมทั้งมั่นใจว่าแนวทางทั้งหมดที่ กสทช. จะช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานคณะอนุกรรมการเรียกคืนคลื่นความถี่และเยียวยาคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ระบุว่า 5 ปีที่ผ่านมา ทีวีดิจิตอลในประเทศไทยมีการเปลี่ยนผ่านที่สมบูรณ์ แต่การประกอบกิจการโทรทัศน์เป็นการดำเนินธุรกิจระยะยาว ประกอบการมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ผู้ประกอบการประสบปัญหา

“สิ่งที่เรากำลังจะทำ คือ เรากำลังไปเอาทรัพยากร หรือคลื่นความถี่ที่ทีวีได้รับการจัดสรรอยู่ มาจัดสรรเพื่อกิจการอื่น และมีค่าตอบแทนของคนที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่อยู่เดิม เพราะฉะนั้นอันนี้ คือ จุดใหญ่ที่คณะกรรมการกำลังจะดำเนินการอยู่ แต่จุดประสงค์หลักไม่ใช่การช่วยเหลือ แต่ผลในทางอ้อมมันกลับไปช่วยเหลือ มันเป็นสิ่งเดียวกัน แต่อยากให้มองแยกส่วนกัน” ประธาน อนุ กก.เรียกคืนคลื่นความถี่และเยียวยาคลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ กล่าว

ด้าน นายชาคริต ดิเรกวัฒนชัย หัวหน้าคณะผู้บริหารสายกิจการองค์กร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นมาตรการช่วยเหลือของ กสทช. ยังไม่ชัดเจน จึงต้องดูวิธีดำเนินงานอีกครั้ง แต่เห็นความตั้งใจที่จะช่วยเหลือและดีใจที่กสทช.หามาตรการช่วย ส่วนกรณีที่ช่อง 3 จะคืนช่อง หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังเร็วไปที่จะพิจารณา นอกจากนี้ ยังประเมินสถานการณ์ในภาพรวม ของช่อง 3 ที่หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงด้วยว่า ขณะนี้ธุรกิจทีวีดิจิตอลมีการแข่งขันสูง แต่ทางช่องก็ทำเต็มที่ เพื่อให้ฟันฝ่าต่อไปได้ และยังมุ่งมั่นทำเต็มที่เพื่อผู้ชมทุกคน


ขณะที่ นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า หวังว่ามาตรการ กสทช. ครั้งนี้จะสำเร็จ เพราะการนำคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของดิจิตอลทีวี มาใช้ประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพื่อนำเงินมาชดเชยให้ในสิ่งที่ทีวีดิจิตอลเสียไป

ส่วน นายเขมทัตต์ พลเดช ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในฐานะของผู้ประกอบการโครงข่าย และช่องทีวีดิจิตอล ประเมินว่า ปัญหาสำคัญอยู่ที่โครงข่าย การชดเชยของช่องอยู่บนพื้นฐานของโครงข่าย ถ้าหากสามารถทำให้โครงข่าย มีกระบวนการเยียวยาและรายละเอียดที่ชัดเจน ต้นทุนที่ทีวีดิจิตอลจะต้องเสียค่าเช่าโครงข่ายก็จะลดลง ส่งผลให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง.