คลัง มั่นใจธปท. รับมือบาทแข็ง สั่งเร่งตั้งบอร์ดรฟท.ชุดใหม่ ลุยไฮสปีดเทรน

"อุตตม" วอนมอง 2 ด้าน ค่าบาทแข็ง รับกระทบส่งออก แต่ดีต่อการลงทุน สั่งสคร.เร่งหารือคมนาคม ตั้งบอร์ดรฟท.ชุดใหม่ แทนชุดเก่า ทำให้เลื่อนเซ็นสัญญาไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ย้ำทีโออาร์ มีความยืดหยุ่น

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีค่าเงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 6 ปี อยู่ที่ 30.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับทราบเรื่องนี้แล้ว และบางเวลาได้ออกมาตรการดูแลควบคุมค่าเงินบาทให้สอดคล้องกับสภาพการเงินจริงของเศรษฐกิจไทย

"ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อการส่งออกไทยก็จริง แต่ส่วนตัวมองว่า สามารถมองได้ทั้ง 2 ด้าน โดยช่วงนี้เป็นช่วงเวลาลงทุนที่ดี หากจะสั่งเครื่องจักรเข้ามาทดแทนเครื่องจักรเดิม เพราะได้เปรียบเรื่องค่าเงิน ซึ่งมองว่าค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเป็นวัฏจักร ผู้ส่งออกจะต้องพยายามปรับตัว และขณะนี้รัฐบาลก็พยายามให้เศรษฐกิจเติบโตตามที่สภาพัฒน์ คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตที่ 3% แต่จะต้องรอดูผลจากการออกมาตรการต่างๆ ก่อน รวมถึงชิมช้อปใช้ระยะที่ 2 ซึ่งจะออกมาด้วย"

ขณะที่เรื่องโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งปัจจุบันมีการเลื่อนการเซ็นสัญญาก่อสร้างกับกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (CPH) ออกไป เนื่องจากคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) หรือ บอร์ดรถไฟ ว่างลงหลังจากมีการลาออกกันยกชุดนั้น ปัจจุบันรายชื่อถูกส่งมายังคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้สั่งให้ สคร. เร่งหารือกับกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดตั้งบอร์ดรฟท.ชุดใหม่ ซึ่งหลังจากตกลงกันได้แล้ว จะส่งรายชื่อให้ ครม.พิจารณาต่อไป

"สคร.เป็นเพียงผู้สนับสนุนให้เกิดการตั้งบอร์ด รฟท.ขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ใช่หน่วยงานหลัก จึงบอกไม่ได้เวลาจะจัดตั้งได้ช่วงวันที่เท่าไหร่ ตอนนี้ได้รายชื่อครบแล้ว คาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ในเร็วๆ นี้"

ส่วนกรณีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ มองว่าเป็นการผลักภาระการลงทุนให้เอกชนฝ่ายเดียวนั้น ขอชี้แจงว่า ทุกโครงการที่เกิดขึ้น มีการประเมินทั้งบทบาทของเอกชนและภาครัฐว่าเป็นอย่างไร มีความเสี่ยงโดยรวมอะไรบ้าง ซึ่งทุกวันนี้รัฐบาลเดินตามการว่าจ้างการลงทุน(TOR) ที่ได้ตกลงเรื่องความเสี่ยงที่รับผิดชอบโดยรวมอยู่แล้ว และมองว่า TOR ที่ทำร่วมกัน มีความยืดหยุ่นในระดับหนึ่ง แต่กระทรวงการคลังไม่ได้เกี่ยวข้องในเรื่องนี้โดยตรง เรื่องสัญญากระทรวงคมนาคมเป็นผู้ที่ดูแล.