“ซีพีเอ็น” ชูเซ็นทรัล-มาเลเซีย แพลตฟอร์มรุกตลาดอินเตอร์

กลุ่มซีพีเอ็นปลื้มศูนย์การค้าเซ็นทรัล ไอซิตี้ ที่มาเลเซีย ประสบผลสำเร็จ ชาวมาเลย์แห่ไปใช้บริการและชอบ พร้อมต้อนรับศูนย์การค้าสมัยใหม่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นความเป็นไทย พร้อมดำเนินการต่อกับวิสัยทัศน์ Regional Retail Platform นำกลุ่มธุรกิจไทยไปลงทุนในต่างประเทศเติบโตไปพร้อมกันทั้งในมาเลเซียและเวียดนามในโครงการต่อไป

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า โรดแม็ปของกลุ่มเซ็นทรัลที่มีเป้าหมายการสร้าง Regional Retail Platform เป็นแพลตฟอร์มของศูนย์การค้าไทยในระดับอินเตอร์ ได้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว หลังจากได้เปิดให้บริการ “เซ็นทรัล ไอ-ซิตี้” ศูนย์การค้าขนาดใหญ่เต็มรูปแบบในต่างประเทศแห่งแรกในประเทศมาเลเซีย นับเป็นศูนย์ที่ 34 ของซีพีเอ็น จากการเปิดให้บริการมาศูนย์แห่งนี้นับว่าประสบความสำเร็จทางด้านทราฟฟิกหรือจำนวนคนเข้าศูนย์ พร้อมกับตั้งเป้าหมายเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งในการนำผู้ประกอบการไทยไปต่างประเทศและขยายการเติบโตไปพร้อมกับซีพีเอ็น ขณะเดียวกันก็จะนำเอาผู้ประกอบการในต่างประเทศที่ลงทุนเข้ามาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคคนไทยด้วย

“ทางซีพีเอ็นได้เตรียมงานและเปิดให้บริการศูนย์นี้มากว่า 7 ปี และเป้าหมายต่อไปก็คือ การหาทำเลขยายการลงทุนสาขาต่อไป ตอนนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจกับทำเล 2 แห่ง เช่นเดียวกับประเทศ เวียดนาม ซึ่งเป็นอีกประเทศที่กำลังตัดสินใจทำเลการลงทุนที่เลือกให้ 2 แห่ง โดยการลงทุนในประเทศนี้ไม่ง่ายนักและไม่ทราบว่าจะใช้เวลานานกว่าการลงทุนในมาเลเซียหรือไม่”

นางสาววัลยา กล่าวว่า จากการประเมินการลงทุนศูนย์การค้าในประเทศมาเลเซีย การแข่งขันไม่รุนแรงเท่ากับประเทศไทย รูปแบบการขยายการลงทุนของศูนย์การค้ามีไม่มากสาขา การลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และต่อลงทุนศูนย์การค้าเพื่อเติมเต็มมากกว่า นอกจากกลุ่มธุรกิจท้องถิ่นแล้ว ยังมีผู้ประกอบการจากประเทศออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และล่าสุดไทย

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานคอมเมอร์เชียล กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ได้พัฒนาศูนย์การค้าแบบ Multi-Culture เพราะผู้บริโภคมาเลเซียมีหลากหลายเชื้อชาติไม่ว่าจะเป็นคนมาเลย์มุสลิม มาเลย์จีน คนต่างชาติที่เข้ามาทำงานและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้การพัฒนาให้ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคน เรามีโซนอาหารฮาลาลสำหรับชาวมุสลิมโดยเฉพาะและมีโซนแฟชั่น ที่จำหน่ายทั้งชุดมุสลิมผสานแฟชั่นที่ทันสมัย สำหรับลูกค้ากลุ่มจีน อินเดีย และชาวตะวันตก เรามีโซนอาหารอินเตอร์และมีซุปเปอร์มาร์เกตที่จำหน่ายสินค้าฮาลาล สินค้าท้องถิ่น ไปจนถึงสินค้าโครงการหลวงของไทย นอกจากนี้ เรายังมีพื้นที่ในโซน Toys, Kids and Family ขนาดใหญ่รองรับกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กเล็กจำนวนมาก ซึ่งเป็นลักษณะของครอบครัวชาวมาเลย์อีกด้วย

นอกจากนี้ ซีพีเอ็นยังได้เตรียมโปรโมตความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลกภายใต้แนวคิด Thainess to The World ด้วยสินค้า บริการ และอีเวนต์ยาวตลอดกว่า 1 ปี เพื่อสร้างจุดเด่นให้ศูนย์การค้าของเราแตกต่างจากคู่แข่ง มอบประสบการณ์ที่ไม่สามารถหาที่ไหนได้อีกในมาเลเซีย รวมถึงมีแบรนด์ไทยชั้นนำที่ร่วมขยายสาขาสู่ต่างประเทศไปกับ อาทิ Café Amazon, Black Canyon, Barbeque Plaza, ชาตรามือ, ชาพะยอม เป็นต้น และสินค้าจากโครงการหลวง รวมถึงอาหารไทย สปาแบบไทย และรูปแบบการให้บริการแบบไทยๆ

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลไอ-ซิตี้ โครงการนี้เป็นการร่วมทุนระหว่างซีพีเอ็น และไอ-เบอร์ฮาด (เจ้าของโครงการ ไอ-ซิตี้) ด้วยงบลงทุนกว่า 8,500 ล้านบาท บนพื้นที่ 28 ไร่ พื้นที่โครงการ 278,000 ตารางเมตร มีร้านค้ารวมกว่า 350 ร้านค้า โดยซีพีเอ็นถือหุ้น 60% และไอ-เบอร์ฮาด 40% ตั้งอยู่ในโครงการ ไอ-ซิตี้ อัลตราโพลิส (i-City Ultrapolis) ไลฟ์สไตล์ฮับสุดยิ่งใหญ่ในเมืองชาห์อลัม ประกอบด้วย ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า SOGO อาคารสำนักงานขนาดใหญ่ที่อยู่อาศัย โรงแรม สวนสนุก และศูนย์กลางทางด้านไซเบอร์และนวัตกรรม ซึ่งโครงการนี้จะเสริมเมืองชาห์อลัมให้เป็นเมืองเทคโนโลยีแห่งใหม่ของมาเลเซีย (Malaysia Cybercenter) ตามนโยบายของรัฐบาลมาเลเซีย

นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม โดยรัฐบาลแห่งสลังงอร์ จะผลักดันไอ-ซิตี้ ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาสของมาเลเซีย สะดวกในการคมนาคมจากทุกทิศทาง ทั้งจากกัวลาลัมเปอร์ เขตกลัง และเขตชาห์อลัม เดินทางสะดวก เพราะขนาบด้วยถนนหลวงสายหลัก 2 สาย มีทางเชื่อมจาก Federal Highway เพื่อเข้าสู่โครงการโดยตรง รวมถึงสะพานเชื่อมจากคอนโดมิเนียมในโครงการเข้าสู่ศูนย์การค้าโดยตรง

ทั้งนี้ ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากเปิดให้บริการอย่างไม่เป็นทางการตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ชาวมาเลย์ได้ให้การต้อนรับโดยวันธรรมดามีผู้เข้ามาใช้บริการเฉลี่ยวันละ 30,000 คน และวันหยุดเพิ่มเป็น 50,000 คน โดยเปิดให้บริการไปแล้ว 60% และอยู่ระหว่างตกแต่ง คาดว่าภายในปลายปีนี้จะเปิดได้ 85% โดยส่วนของร้านอาหารที่ได้รับความนิยมสูงจะเป็นร้านอาหารไทย, ญี่ปุ่นและเกาหลี และการต้อนรับดังกล่าวทางผู้ประกอบการแบรนด์ไทยที่เข้าไปร่วมงานเห็นแล้วต้องการร่วมขยายการลงทุนกับซีพีเอ็น อีกหลายรายด้วย สำหรับร้านอาหารยอดนิยม 4 อันดับแรกในศูนย์การค้าแห่งนี้ได้แก่ 1.ร้าน Thai SYOK โดยคนมาเลเซีย 2. ร้าน Absolute Thai 3.Black Canyon 4.Boat Noodles ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโดยคนมาเลเซีย.