"ตลาดหนังไทย" ดังสนั่นเมืองคานส์ ดึงนักลงทุนทั่วโลก โกยเงินเข้าประเทศ

ตลาดภาพยนตร์ไทย ประสบความสำเร็จอย่างมากในเมืองคานส์ ทั้งช่วยดึงนักลงทุนที่มีชื่อเสียงระดับโลกร่วมลงทุน ถือเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย พร้อมหวังให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันผลักดัน...

นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ที่ปรึกษา รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดคูหาประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 72 ที่ ประเทศฝรั่งเศส ว่า การออกบูธในนามทีมไทยแลนด์ ในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีนี้ เป็นไปอย่างคึกคักมาก มีผู้เกี่ยวข้องในวงการภาพยนตร์ทั่วโลกให้ความสนใจกับผลงานภาพยนตร์ไทย ที่ได้รับการคัดเลือก มาร่วมเจรจาความร่วมมือทั้ง 3 เรื่อง ได้แก่ 1.อานนเป็นนักเรียนตัวอย่าง, 51 แอนผจญภัย และดอยบอยมากกว่า 60 บริษัท และจากข้อมูลตลอดกว่า 10 ปี

สำหรับในการเข้าร่วมงานนี้ ถือว่าประเทศไทยประสบความสำเร็จมาก มีการรวมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาร่วมลงทุน เกิดการสร้างรายได้ สร้างภาพลักษณ์ ให้กับประเทศ สร้างงาน ส่งเสริมอาชีพ สร้างมูลค่า และคุณค่าให้กับบุคลากรของไทย

นอกจากนี้ มีความก้าวหน้าในการพัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถในกระบวนการสร้างภาพยนตร์มากขึ้น ส่งเสริมให้มีการพัฒนาทางเทคโนโลยี และเกิดเป็นเครือข่ายของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ระดับโลก และมีกลยุทธ์ ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ที่ดีขึ้นตามลำดับ

สำหรับปีที่ผ่านมา เป็นที่น่ายินดีว่าสถิติภาพยนตร์ต่างชาติประเภทต่างๆ เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทย จำนวน 714 เรื่อง สร้างรายได้มากกว่า 3,140 ล้านบาท และปัจจุบันประเทศไทยมีความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ถึงขั้นมีการสร้างสตูดิโอให้ผู้สร้าง นักลงทุนระดับชั้นนำจากภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งกระจายอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ขณะที่ภาคเอกชน มีการต่อสู้เพื่อให้อยู่รอดและมีกำไร คนรุ่นใหม่เกิดการเรียนรู้มากขึ้น บางคนไปศึกษาต่างประเทศ แสดงให้เห็นศักยภาพของคนไทย ที่มีวิสัยทัศน์และพัฒนาความสามารถไปไกลระดับโลก ส่งผลดีให้เกิดสร้างรายได้ เพิ่มมูลค่า ให้กับประเทศ โดยและต่อจากนี้เป้าหมายของประเทศไทย คือการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของอาเซียน เป็นแหล่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในตลาดโลก ทีมไทยแลนด์ จึงต้อง คิดวางแผนกลยุทธ์การตลาดให้เท่าทัน สร้างความเชื่อมั่น จุดขาย และแรงจูงใจในระดับสากลให้ได้มากที่สุดเพื่อให้คนทั่วโลกเห็นศักยภาพและเข้ามาลงทุนกับประเทศไทย

"เรายังต้องเร่งผลักดันสร้างความพร้อม ทั้งขีดความสามารถของคน เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงถ่าย สถานที่ มาตรการลดหย่อนภาษี ให้การสนับสนุนจากภาครัฐที่ต้องเดินควบคู่กันให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งลดความซ้ำซ้อนในกระบวนการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้เราจะประมาทไม่ได้ เพราะขณะที่เราก้าวหน้าต้องไม่ลืมว่าประเทศอื่นๆ ก็พยายามสร้างความก้าวหน้าด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเดินหน้าต่อไป ต้องคำนึงถึงคู่แข่งทั่วโลกที่เกิดมากขึ้น ใหญ่ขึ้น สลับซับซ้อนและกระจายตัวมากขึ้น เกิดตลาดภาพยนตร์ใหม่อีกหลายประเทศ เทคโนโลยีการแข่งขันเร็วขึ้น เพราะการที่เราก้าวจากจุดเดิม แต่จะก้าวเป็นผู้นำและสร้างความแข็งแกร่งได้หรือไม่นั้น เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือผลักดันให้ขับเคลื่อนไปด้วยกัน" ที่ปรึกษารมว.วัฒนธรรม กล่าว