ธุรกิจค้าปลีกฟันธงปีนี้ "ซึม-ทรง-ทรุด" วอนรัฐเร่งโครงการยักษ์ดันให้โต 3.1%

นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย เปิดเผยว่า ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจค้าปลีกปีนี้ คือความไม่ชัดเจนของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล, ราคาสินค้าเกษตรที่ทรงตัว, ความไม่แน่นอนของการเมืองหลังการเลือกตั้ง ซึ่งตัวเลขอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ ทุกสถาบันต่างเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทย จะขยายตัวในแบบชะลอตัว ส่วนธุรกิจค้าปลีก กลุ่มผู้บริโภคระดับกลางลงล่าง จะอยู่ในภาวะ “ซึม” ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคกลางขึ้นบนอยู่ในภาวะ “ทรง”

ทั้งนี้ 6 เดือนแรกปีนี้ ภาคธุรกิจค้าปลีกคงหวังไม่ได้กับ “มาตรการ อั่งเปาช่วยชาติ” เพราะจากที่คาดว่าจะมีการจับจ่ายแสนล้านบาท มีผู้บริโภคเข้าร่วมโครงการ 6 ล้านคน แต่พบว่ามีผู้เข้าร่วมหลักหมื่นคน ทำให้การจับจ่ายเหลือเพียงหมื่นล้านบาท เมื่อรวมการเลือกตั้งที่จะมีเงินสะพัด 50,000 ล้านบาท ทำให้ครึ่งปีแรกจะมีเงินสะพัดเพียง 60,000 ล้านบาท ดังนั้น ธุรกิจค้าปลีกครึ่งปีแรกยังไม่เห็นการเติบโต และครึ่งปีหลังของปีนี้ หากภาครัฐมีการประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานให้ได้ในไตรมาส 1 จะส่งผลต่อการเติบโตแก่ภาคค้าปลีกในไตรมาส 3-4 แต่หากไม่เป็นตามระยะเวลาดังกล่าว ครึ่งปีหลังภาคค้าปลีกคงอยู่ในภาวะที่ซึม และถึงทรุดในบางธุรกิจ แต่โดยรวมดัชนีค้าปลีกปีนี้อาจทรงตัวหรืออาจต่ำกว่าเดิม คาดว่าเติบโต 3-3.1% แต่ยังน้อยกว่าจีดีพีทั้งประเทศที่คาดว่าโต 3.5-4%.