ธุรกิจอสังหาฯ ยังไปได้ ปี 61 เอพีโต 30% ผงาดอันดับ 2

ธุรกิจอสังหาฯ ไทยยังไปได้ "เอพี ไทยแลนด์" เผยผลประกอบการปี 2561 คาดโตสวนกระแสกว่า 30% เติบโตเป็นประวัติการณ์ ขึ้นแท่นอันดับ 2 ในกลุ่มธุรกิจที่มีรายได้สูงสุด พร้อมเปิดตัว 3 ธุรกิจใหม่...

นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ผู้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ปี 2561 ธุรกิจโดยรวมของเอพีเติบโตมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ คาดการณ์ว่า ปี 2561 จะสร้างรายได้รวมเติบโตขึ้นประมาณ 30% จากปีก่อนหน้า คาดว่าจะส่งผลให้ขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้สูงสุดของไทย การเติบโตแบบสวนกระแสเป็นผลลัพธ์ของความสำเร็จในทุกธุรกิจที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งคอนโด บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม ต่างได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด สะท้อนได้ทั้งจากยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ ธุรกิจอื่นๆ ในเครือเอพี ทั้งธุรกิจ Property Agent ภายใต้ชื่อ BC (บีซี) ที่ให้บริการรับฝากขาย ฝากเช่าอสังหาริมทรัพย์ทุกรูปแบบ และไม่ได้จำกัดอยู่ที่สินค้าของเอพีเพียงอย่างเดียว มีผลการดำเนินงานที่เติบโตแบบก้าวกระโดด มีอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อ-ขาย-เช่า ผ่าน บีซี รวมมูลค่าสูงกว่า 12,000 ล้านบาท ก้าวขึ้นเป็น Property Agent อันดับ 1 ของประเทศอย่างเต็มภาคภูมิ และธุรกิจ Property Management ภายใต้ชื่อ SMART (สมาร์ท) ธุรกิจบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ส่งผลให้วันนี้ สมาร์ทได้รับความไว้วางใจให้เข้าบริหารจัดการคุณภาพชีวิตในโครงการต่างๆ ที่ไม่ใช่แต่เฉพาะเครือเอพีกว่า 55,000 ครอบครัว ในกว่า 200 โครงการ ซึ่งก้าวต่อไปทั้งสองบริษัท บีซีและสมาร์ท จะยังคงเดินหน้าขยายขอบเขตการให้บริการเพื่อเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ทั้ง 3 ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเอพีในการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นๆ ของเมืองไทยที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในทุกช่วงชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์และครบวงจรที่สุด ซึ่งก้าวต่อไปจากนี้ เอพีจะไม่หยุดอยู่เพียงภาคธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่จะก้าวไปสู่ศักราชใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์ "AP World, A New Vision of Quality of Life" วิสัยทัศน์ในการสร้างพิมพ์เขียวแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า ซึ่งจะสมบูรณ์ไปด้วยระบบนิเวศ ที่พัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อมุ่งสู่การเป็นรายแรกที่ริเริ่มสร้างสรรค์โลกแห่งคุณภาพชีวิตที่ดี อีกทั้งยังเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน บริษัทฯ จึงพร้อมเปิดตัว 3 ภาคธุรกิจใหม่ ได้แก่ 1. VAARI ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนการบริหารจัดการคุณภาพชีวิต 2. CLAYMORE ดำเนินธุรกิจสร้างและผลักดันนวัตกรรมดีไซน์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ยังไม่ถูกค้นพบ และ 3. SEAC ดำเนินธุรกิจในการดิสรัปวิธีการเรียนรู้ของคนในองค์กรและคน ในสังคมด้วยกระบวนการใหม่ๆ  ผ่านความร่วมมือจากสถาบันระดับโลก 

นายอนุพงษ์  กล่าวต่อว่า ทั้ง 3 ธุรกิจใหม่จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ช่วยเสริมวิสัยทัศน์ในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประสบความสำเร็จ เคียงคู่ไปกับ Core Business คือ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริษัทในเครือที่จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าภายในปี 2565 นั้น 3 ภาคธุรกิจใหม่นี้ จะมีส่วนช่วยผลักดันรายได้รวมของเอพีให้เติบโตแบบก้าวกระโดดแตะหลัก 60,000 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม นอกจากความสำเร็จด้านผลประกอบการแล้ว ในปี 2561 ที่ผ่านมา ยังเป็นเกียรติยศของเอพี ไทยแลนด์ จากการคว้ารางวัลทรงเกียรติ ทั้งจากในประเทศและระดับนานาชาติ มาครองได้มากถึง 14 รางวัล อาทิ บริษัทผู้ทรงอิทธิพลแห่งเอเชียประจำปี 2018 จากเวที The Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards (ACES) ประเทศสิงคโปร์ และที่สุดของบริษัทพัฒนาคอนโดมิเนียมยอดเยี่ยมแห่งเอเชียประจำปี 2018 จากเวที Property Guru Asia Property Awards 2018 เป็นต้น.