ผุดแผนแก้รถติดหนึบ 5 จุดหลักทั่วกรุง

หวั่นช้าเกินเหตุหลุดมหานครต้นแบบ

นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้ประสบปัญหาด้านการจราจรอย่างรุนแรงมาก ส่งผลกระทบกับพื้นที่ย่านธุรกิจหลักของเมือง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากที่สุด ทั้งนี้ หากไม่เตรียมการแก้ไขอาจเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม รวมทั้งที่ผ่านมา สภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้คัดเลือกให้ กทม. เป็น 1 ใน 6 มหานครเมืองต้นแบบสำหรับการแก้ไขปัญหาจราจร ในโครงการคมนาคมอย่างยั่งยืน 2.0 และเพื่อขยายผลการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครต่อจากโครงการสาทรโมเดลที่ประสบความสำเร็จ กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้ สนข.จัดทำแผนเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในย่านธุรกิจหลักเร่งด่วนในระยะ 5 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าว ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันการทำธุรกิจและส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

“ขณะนี้คมนาคมอนุมัติงบให้ สนข. 28 ล้านบาท แบ่งงบประมาณปี 62 วงเงิน 11 ล้านบาท และปี 63 วงเงิน 17 ล้านบาท นำไปจัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาจัดทำแผนเร่งด่วนเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการจราจรเป็นพื้นที่ย่านธุรกิจหลัก ระยะ 5 ปี เพื่อเร่งแก้ปัญหาการจราจรคับคั่งบน 5 ถนนย่านธุรกิจหลักของ กทม. ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ถนนหลานหลวง, ถนนเพชรบุรีตัดใหม่, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนพระราม 4 และถนนกรุงเกษม”

นายสราวุธ กล่าวว่า สนข.จะประกาศจัดจ้างในเดือน ม.ค.นี้ คาดว่าใช้เวลาในการศึกษา 1 ปี ผลการศึกษาจะแล้วเสร็จช่วง ม.ค.-ก.พ.ปี 63 จากนั้นจะนำเสนอโครงการเสนอให้คมนาคม, คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และคณะรัฐมนตรีเห็นชอบต่อไป โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มโครงการให้ได้ภายในปี 63 เพราะเป็นโครงการเร่งด่วน

ทั้งนี้ ที่ปรึกษาจะต้องกลับไปศึกษา สำรวจลักษณะทางกายภาพของ 5 พื้นที่เป้าหมาย เกี่ยวกับโครงข่ายคมนาคม การใช้ประโยชน์ที่ดิน สภาพปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อจราจรในพื้นที่ รวมทั้งวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางภายในพื้นที่ การเข้า ออก และเดินทางผ่านพื้นที่ รวมถึงการคาดการณ์สภาพการจราจร เพื่อนำข้อมูลทั้งหมดไปจัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วน (แอ็กชันแพลน) การบริหารจัดการจราจรที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ.