ผู้ส่งออกร้อง โดนโขกค่าระวางเรือ

นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ผู้ส่งออกเตรียมหารือกับตัวแทนสายเดินเรือเพื่อเจรจาให้คงหรือลดค่าระวางเรือขายส่งสินค้าลง หลังจากมีหลายเส้นทางได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นเกินความเป็นจริง จนกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการไทยอย่างมาก โดยสายเดินเรืออ้างเหตุผลราคาน้ำมันตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ขาเข้าไม่สมดุลกับตู้ส่งออก สินค้าที่ขนส่งเป็นสินค้าที่ต้องใช้พื้นที่จำนวนมาก เป็นต้น ส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มขึ้นในสายแอฟริกา สหรัฐอเมริกา ยุโรป และออสเตรเลีย

นอกจากนี้ เตรียมหารือกับกรมการค้าภายในอีกครั้ง เกี่ยวกับเรื่องของการเก็บค่าธรรมเนียมต่างๆ ของสายเดินเรือ ที่เก็บค่าธรรมเนียมใหม่ๆ ต่อเนื่อง ซึ่งผู้ส่งออกไม่เห็นด้วย แต่จำเป็นต้องจ่าย เพราะระยะหลังบริษัทเดินเรือมีให้เลือกไม่มากนัก หลังจากหลายรายได้ควบรวมกิจการ สำหรับสถานการณ์อัตราค่าระวางจากเอเชียไปยังตลาดสำคัญในเดือน ต.ค.61 ส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ค่าระวางเรือเส้นทางเอเชีย-ยุโรป อยู่ที่ 761 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตู้ 20 ฟุต เพิ่มขึ้น 26 เหรียญ จากปลายเดือน ก.ย.61 เส้นทางเอเชีย-เมดิเตอร์เรเนียน 778 เหรียญ ต่อตู้ 20 ฟุต เพิ่มขึ้น 11 เหรียญ เอเชีย-แอฟริกา 2,226 เหรียญ ต่อตู้ 20 ฟุต เพิ่มขึ้น 507 เหรียญ เป็นต้น

“ผู้ส่งออกประเมินว่าราคาน้ำมันหากไม่เกิน 70 เหรียญ ต่อบาร์เรลคงไม่กระทบต่อต้นทุนสายเดินเรือมากนัก โดยการปรับขึ้นค่าระวางเรือในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่ทั่วโลกส่งออกลดลง และราคาน้ำมันถูก ทำให้บริษัทเรือหลายแห่งต้องปิดกิจการทำให้ผู้ส่งออกมีตัวเลือกไม่มาก นอกจากนี้ สายเดินเรืออ้างว่าสินค้าในแถบเอเชียโดยเฉพาะไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร ต้องใช้พื้นที่บนเรือมากกว่าสินค้าเทคโนโลยี จึงต้องคิดค่าระวางเพิ่มขึ้น”.