ส่งออกข้าวไปไม่ถึงฝัน หลังบาทแข็งจีนเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ส่งออก



นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้เห็นชอบมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2562/63 ซึ่งเป็นคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

ประกอบด้วย โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก ปี 62/63 วงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท และวงเงินงบประมาณจ่ายขาด 2,870 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าฝากเก็บ ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อให้เกษตรกรเก็บข้าวในยุ้งฉางตัวเอง ได้รับค่าฝาก 1,500 บาทต่อตัน 2.โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโดยสถาบันเกษตรกร ปี 62/63 วงเงิน 15,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 1 พ.ย.2562-31 ธ.ค.2563 และ 3.โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก ปี 62/63 ปริมาณ 4 ล้านตัน ให้ใช้เงินของคณะกรรมการช่วยเหลือเกษตรกรจ่ายวงเงินชดเชย 510 ล้านบาท

นายบุญญฤทธิ์ กัลญาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นบข.ยังอนุมัติจัดสรรวงเงินเพิ่มเติม โครงการสินเชื่อชะลอข้าวเปลือก อีก 1,370 ล้านบาท โดยให้ ธ.ก.ส.ขอรับจัดสรรวงเงินงบประมาณปี 2564 และปีต่อๆไปด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นบข.ยังได้รับทราบแนวโน้มการส่งออกข้าวไทย ช่วง ม.ค.-ต.ค.2562 ลดลง 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้การส่งออกตลอดปีนี้น่าจะอยู่ที่ 8 ล้านตัน ไม่ถึงเป้าหมาย 9 ล้านตัน ซึ่งค่าเงินบาทแข็งค่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกข้าวไทยลดลง อีกทั้งจีนได้เปลี่ยนจากผู้นำเข้าเป็นผู้ส่งออก.