ไวรัสร้ายซัดดัชนีผลผลิตวูบ

นายอิทธิชัย ยศศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 80.31 ปรับตัวลดลง 23.19% เมื่อเทียบกับ พ.ค.2562 นับเป็นอัตราการเปลี่ยนแปลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่ค่าดัชนีฯลดลงต่ำสุดรอบ 101 เดือนหรือ 8 ปี 4 เดือนนับจากเดือน ม.ค.2555 เนื่องจากโควิด-19 แต่ประเทศไทยมีการแก้ไขโควิด-19 ที่ดี และคลายล็อกดาวน์ในภาคธุรกิจได้บางส่วน ส่งผลให้เอ็มพีไอ เดือน พ.ค. หากเทียบกับ เม.ย. ซึ่งอยู่ที่ระดับ 78.08 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.86% ซึ่งเอ็มพีไอเดือน พ.ค.ที่ลดต่ำลงมาก เป็นเพราะเศรษฐกิจทั่วโลกหยุดชะงัก ส่งผลให้การใช้อัตรากำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. อยู่ที่ 52.84% ลดลงจาก พ.ค. 2562 ที่มีการใช้กำลังการผลิต 67.38 แต่เริ่มดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ เม.ย. ที่อยู่ที่ 51.27 คาดว่าเอ็มพีไอเดือน มิ.ย.นี้ จะฟื้นตัวดีขึ้นขณะที่ เอ็มพีไอตลอดปีนี้ ติดลบ 6-7%

นายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ธ.ก.ส. คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือน ก.ค.นี้พบว่า สินค้าที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ราคาอยู่ที่ 15,629-15,811 บาทต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1.31% เนื่องจากสต๊อกข้าวเหนียวของผู้ประกอบการน้อยลง, ยางพาราแผ่นดิบชั้น 3 อยู่ที่ 36.96-37.20 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 1% เนื่องจากผู้ประกอบการนำไปผลิตถุงมือแพทย์ ถุงยางอนามัย เป็นต้น.