GECS จับมือภาครัฐ-เอกชน จัด "TWO WHEELS ASIA 2019"

GECS จับมือภาครัฐ-เอกชน ดึงไต้หวัน ร่วมจัด "TWO WHEELS ASIA 2019" งานแสดงรถสองล้อแห่งเอเชีย ยกระดับธุรกิจด้านพาหนะสองล้อ-พาหนะไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 16 พ.ค.62 ที่ไบเทค บางนา นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอล เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น เซอร์วิส จำกัด นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นายฉันทกร เดวิชญ์จำศิลป์ ประธานคณะทำงานประชาสัมพันธ์และรณรงค์การใช้ยานยนต์ไฟฟ้า สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย นายทิตติ ตระกูลสินทอง ผู้จัดการหน่วยธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม จำกัด ภายใต้การดูแลของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) นายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ ประธานมูลนิธิสถาบันการเดินและการจักรยานไทย และ นายกตัญญู กลับสุวรรณ นายกสมาคมสมาร์ทซิตี้ไทยแลนด์ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน "TWO WHEELS ASIA 2019" งานแสดงสินค้าและสัมมนาธุรกิจพาหนะสองล้อ และพาหนะไฟฟ้าแห่งเอเชีย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค.62 ณ ฮอลล์ EH-105 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

โดย นางลัดดา กล่าวว่า งาน TWO WHEELS ASIA 2019 ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึง พันธมิตรจากประเทศไต้หวัน สำหรับวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ บริษัทฯมุ่งหวังในการยกระดับภาคการผลิต การส่งออกอุตสาหกรรมพาหนะสองล้อ และพาหนะไฟฟ้าของไทย ให้กลายเป็นศูนย์กลางของธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนบริการด้านการดูแลรักษา-ซ่อมแซม โดยภายในงานประกอบไปด้วยส่วนสำคัญต่างๆ อาทิเช่น ส่วนงานแสดงสินค้า ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแสดงงานจากประเทศไทย ไต้หวัน จีน สิงคโปร์ ร่วมกันกว่า 120 บูธ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีด้านชิ้นส่วนอะไหล่ใหม่ล่าสุด สำหรับมอเตอร์ไซค์และจักรยาน

ด้าน นายจิรุตถ์ กล่าวว่า การสนับสนุนการจัดงาน TWO WHEELS ASIA 2019 เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ สำหรับตลาดภูมิภาคเอเชีย ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ที่เกี่ยวกับพาหนะสองล้อและพาหนะไฟฟ้า ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล (S-curve) โดยคาดว่าจะมีนักธุรกิจในตลาดดังกล่าวกว่า 10,000 คน ซึ่งเป็นนักธุรกิจจากกลุ่มประเทศ CLMV/GMS กว่า 800 คน สามารถสร้างรายได้จากนักเดินทางเฉพาะกลุ่มไมซ์ต่างประเทศกว่า 30 ล้านบาท และกลุ่มไมซ์ในประเทศกว่า 32 ล้านบาท

ขณะที่ นายทิตติ กล่าวว่า พาหนะไฟฟ้าสามารถลดมลพิษ และลดการนำเข้าพลังงานได้อย่างมหาศาล ที่ผ่านมา กฟภ.ทั้ง 74 จังหวัด ได้นำร่องใช้รถยนต์ไฟฟ้า 210 คัน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 20-30 เปอร์เซ็นต์นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดโมเดลธุรกิจให้เช่ารถยนต์ไฟฟ้าแบบระยะยาว สำหรับองค์กรภายนอกที่สนใจ

ซึ่งที่ผ่านมาได้เปิดตลาดพาหนะไฟฟ้าหลายประเภท อาทิ รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า รถตู้ไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า และรถฟอมม์ และล่าสุดกำลังเดินหน้าขยายตลาด จึงมองหาผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเพื่อร่วมเป็นพันธมิตรมากขึ้น อย่างไรก็ตามในอนาคต กฟภ.ได้เตรียมแผนก่อสร้างสถานีบริการชาร์จแบตเตอรี่ไฟฟ้าบนถนนสายหลักทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าภายในปี 64 จะสามารถเปิดนำร่องใช้งานได้ โดยระยะแรกจะเป็นการก่อสร้างในทุก 100 กิโลเมตร